ด้วยความต้องการของเครื่องรับโทรทัศน์แบบแอลซีดีที่เพิ่มมากขึ้นตามยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีนั้น ผู้บริโภคคงปฏิเสธไม่ได้ว่า แอลซีดีได้ตอบสนองความต้องในด้านคุณภาพของภาพ ถ้าหากไม่เกาะติดกระแสทุกฝีก้าวกับเทคโนโลยี 3D แล้ว จอภาพความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 30 กว่านิ้ว (คงจะลดขนาดลงเรื่อยๆ) ซึ่งถือว่ามีความลงตัวที่ดีเยี่ยม แต่สิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความรู้สึกได้ไม่เต็มคือ ระบบเสียงที่มากับลำโพงที่ติดตั้งในเครื่องรับโทรทัศน์แอลซีดี เพราะเมื่อเทียบกับคุณภาพของภาพแล้ว แทบจะกลายเป็นของเล่นไปเลย
ดังนั้น เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น Yamaha ซึ่งเป็นผู้นำด้านเครื่องเสียงบ้าน โดยเฉพาะในส่วนของชุดโฮมเธียเตอร์จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Sound Bar ในรุ่น YHT-S400 ซึ่งประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่เป็น “แท่งเสียง” หรือ Sound Bar NS-BR300 อันเป็นกระบอกสี่เหลี่ยมแท่งยาว 31 นิ้วเศษ ภายในประกอบด้วยไดร์ฟเวอร์แบบฟูลเรนจ์ (Full Range) ขนาด 4 x 10 ซม. ทั้งหมดสามตัว สำหรับเซ็นเตอร์ และแชนแนลซ้าย-ขวา โดยมีความถี่ตอบสนองระหว่าง 150 Hz. – 120 kHz. ด้วยความยาวของตัว Sound Bar ขนาดนี้ จึงเหมาะกับจอแอลซีดีขนาด 32 – 50 นิ้ว โดยที่เราสามารถวางตัวแท่นซาวด์บาร์นี้บนขาตั้งที่ให้มาแล้ววางใต้ทีวี หรือจะนำไปยึดติดผนังก็ได้ เรียกว่า ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับเครื่องรับทีวีได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว
ส่วนที่สองคือ SR-300 แรกๆดูอาจรู้สึกแปลกที่เป็นกล่องสีดำสี่เหลี่ยมเหมือนรีซีฟเวอร์ แต่มีท่อลมขนาดใหญ่ด้านขวามือ ซึ่งไม่ผิดครับ มันคือรีซีฟเวอร์ที่ควบกับซับวูฟเฟอร์ในตัว นี่ถือเป็นแนวคิดที่เข้าท่าดี เนื่องจากเครื่องรับทีวีแอลซีดีมักจะขาดเสียงเบสอย่างมาก และยามาฮ่าเองก็ไม่ได้เสริมเฉพาะตลาดกลุ่มนี้โดยเฉพาะ หากแต่ยังกินวงกว้างไปถึงการนำไปใช้เป็นเครื่องเล่นโฮมเธียร์เตอร์ในระดับ HD ด้วย จากการออกแบบของตัวรีซีฟเวอร์นั้น ตัวเครื่องมีช่องต่อ HDMI ที่สามารถรองรับ Full HD 1080p ถึงสามช่อง และ HDMI สำหรับต่อออกอีกหนึ่งช่อง ทำให้เราสามารถสลับใช้อุปกรณ์ที่ต่อผ่าน HDMI ได้อย่างเต็มทีและอิสระ ขณะเดียวกัน ยามาฮ่าก็ไม่ลืมที่จะให้ช่องสำหรับต่ออะนาล็อกสองแชนแนล และช่องต่อ Digital ด้วย จึงถือว่าให้ช่องต่ออุปกรณ์มาค่อนข้างครบครัน ส่วนใครที่อยากจะต่อไอพ็อต หรืออุปกรณ์ที่ใช้บลูทูธนั้น ก็ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม โดยตัวรีซีฟเวอร์มีช่องต่อรองรับไว้อยู่แล้ว
ภายในกล่องบรรจุได้ให้สายลำโพงมาพร้อม ซึ่งเป็นสายแพขนาดเล็กสำหรับต่อลำโพงทั้งสามแชนแนล โดยต่อเข้ากับเทอร์มิเนเตอร์ด้านหลังรีซีฟเวอร์(แบบหนีบ) ส่วนอีกปลายคือด้านหลังลำโพงตามสีที่บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน ส่วนเครื่องเล่นที่เราจะต่อพ่วงเพื่อใช้กับรีซีฟเวอร์นั้น ก็เลือกได้ตามสะดวกกับ HDMI ทั้งสามช่อง
The Wave Test
ผมเริ่มต้นจากการเล่นแผ่นดีวีดี แต่สิ่งที่กลับทำให้ผมต้องเกือบตกม้าตาย เพราะแบตเตอรี่ขนาด AAA สำหรับรีโมทคอนโทรลที่ให้มาพร้อมกับเครื่องทดสอบนั้น ดันไม่มีไฟเหลือเลย และการควบคุมการทำงาน การเซตอัปต่างๆจะต้องอาศัยตัวรีโมทเป็นหลัก กว่าจะรู้สาเหตุก็เล่นเอาเหนื่อย
การเซตอัปโดยทั่วไปก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก จะมีเมนูประมาณ 10 เมนู เช่น การกำหนดลำโพงเซนเตอร์ กำหนดลำโพงเซอร์ราวด์ว่ามีระยะห่างแค่ไหน ซึ่งสามารถเลือกได้สามระดับคือ Wide เสียงที่ด้านจะสัมผัสได้ถึงระยะห่างหรือเวทีเสียงที่กว้างขึ้นกว่า 1.5 เมตร ส่วนถ้าเลือก Narrow ก็จะมีความกว้างตามขนาดของตัวกระบอกซาวด์บาร์ นอกนั้นคือ การเลือก HDMI Contrl, HDMI Audio เป็นต้น ตัวเครื่องรีซีฟเวอร์เองสามารถถอดรหัสสัญญาณ Dolby Digital และ DTS ได้ ส่วน Dolby TrueHD และ DTS HD Master Audio นั้น จะต้องอาศัยการเอาต์พุทจากเครื่องเล่นบลูเรย์ผ่านสาย HDMI ในรูปแบบ linear PCM stream
สิ่งที่ได้ยินจากซาวด์บาร์นั้น ทำให้ไม่อยากเชื่อเลยว่า ด้วยกระบอกเล็กๆเพียงแค่นี้ สามารถให้เสียงอันตื่นเต้นเร้าใจได้ขนาดนี้ เสียงที่มีไดนามิค และพลังดีมาก ผมเริ่มลองจากแผ่น Hero อันเป็นภาพยนตร์ที่ชื่นชอบที่สุด และก็เสียเงินกับการตามซื้อแผ่นแต่ละเวอร์ชั่นมากที่สุด เสียงกระบี่ของอู๋หมิงที่ฟาดลงบนลำตัวนั้น มันป็นเสียงหนักหน่วงจนเหมือนกับฟาดลงบนลำตัวของตัวเอง ส่วนบรรยากาศรอบๆนั้น สามารถสัมผัสได้ถึงเสียงเล็กเสียงน้อยรอบทิศ อย่างฉากที่อู่หมิงกับคู่ต่อสู้ยืนนิ่งในท่ามกลางสายฝน และมีการต่อสูงในจินตนาการนั้น ช่างได้บรรยากาศเหมือนยืนอยู่กลางสายฝนไม่มีผิด ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะโดยบุคลิกของชุดโฮมเธียเตอร์ของยามาฮ่านั้น มักจะให้บรรยากาศโอบล้อมที่ดีมากเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ แต่ไม่คาดคิดก็คือ ด้วยลำโพงจิ๋วเพียงข้างหน้าสามตัวยังสามารถทำได้ขนาดนี้
เนื่องด้วยตัวรีซีฟเวอร์มีช่องต่อลำโพงเพียงแค่สามแชนแนล ดังนั้นเสียงเซอร์ราวด์จึงต้องใช้วิธีสร้างจำลองขึ้นมา แม้ว่าซาวด์บาร์แต่ละยี่ห้อต่างก็มีการจำลองเสียงเซอร์ราวด์มาให้ก็ตาม แต่สิ่งที่ยามาฮ่าให้มานั้น แตกต่างจากคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเทคโนโลยี AIR SURROUND XTREME ที่ทำให้ระบบเสียงเซอร์ราวด์มีความสมจริงดีมาก โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสะท้อนของกำแพงห้อง อย่างฉากการยิ่งธนูของกองทัพฉินจะเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างชัด ที่เสียงธนูเหวี่ยงจากข้างหลังพุ่งไปข้างหน้า แม้ว่าอาจเทียบกับระบบเสียงเซอร์ราวด์ที่สร้างจากฮาร์ดแวร์โดยตรงได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ถือว่าดีเกินคาด ส่วนเสียงเอฟเฟคการเดินทัพของกองทัพฉิน ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ ซับวูฟเฟอร์สามารถให้พลังเสียงที่เกินตัวจริงๆ
ในด้านการฟังเพลงนั้น ผมลองนำเอาซีดีเพยเยอร์มาต่อสายอะนาล็อก แล้วก็ปรับโหมดการเล่นจาก Surround มาที่ Stereo Mode ซึ่งจะได้บรรยากาศของการเล่นเพลงแบบสองแชนแนล เพราะหากเลือก Surround Mode ในหมวด Music จะเหมือนกับการชมวิดีโอคอนเสิร์ต ซึ่งจะเน้นเสียงร้องอยู่กลางเวที แต่โดยรวมแล้ว จะไม่มีช่องไฟระหว่างแต่ละชิ้นดนตรีเหมือนกับการเลือก Stereo Mode เสียงที่ได้มีความสะอาด เวทีเสียงที่มีความลึกพอประมาณ แต่ไม่กว้างนัก รายละเอียดต่างๆจัดว่าใช้ได้ทีเดียว สำหรับใครที่เล่นจากแผ่นซีดี อยากแนะนำให้ปรับไปที่โหมด UniVolume เพราะค่าเริ่มต้นของโหมด Stereo จะเป็น Stereo Extended ซึ่งเหมาะกับการเล่นไฟล์ประเภท MP3 และ WMA เพราะตัว SR-300 จะช่วยเพิ่ง gain และรายละเอียดต่างๆ ให้เพิ่มขึ้นจากการเล่นจากเครื่องเล่นธรรมดาทั่วไป ทำให้เสียงเพลง MP3 ซึ่งปรกติจะแห้ง ไม่มีชีวิตชีวาจะฟังดูใกล้เคียงกับ Stereo Hi-Fi มากขึ้น แต่กับแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงมาดีอยู่แล้ว โหมดนี้ก็ไม่จำเป็น โดยส่วนตัวแล้ว กลับรู้สึกว่าถูกปรุงแต่งจนเกินธรรมชาติของมัน
ในภาครับวิทยุ FM เป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่ยามาฮ่าทำได้ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ภาครับที่มีความไวดีมาก เสียงที่ชัดไร้เสียงรบกวน การเสิร์ชหาช่องที่แม่นยำ นี่คือคุณสมบัติที่ติดมากับเครื่องเอวีรีซีฟเวอร์แต่ไหนแต่ไรมา
Yamaha YHT-S400 นี้ถือว่าเป็นชุดเครื่องเสียงที่ตอบโจทย์ได้ตรงเป้าสำหรับคนที่ใช้เครื่องรับโทรทัศน์แอลซีดี และสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจะก้าวไปสู่การเล่นโฮมเธียเตอร์แบบเต็มรูปแบบ ด้วยคุณภาพเสียง และประสิทธิภาพการใช้งานที่ไม่ต้องห่วงว่าขนาดของห้องจะเป็นอุปสรรคสำหรับการฟัง และการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงทั้งภาพและเสียงเป็นสิ่งที่คุณเรียกหาละก็ นี่คือคำตอบที่น่าจะตรงตัวที่สุด
ข้อสังเกต ไม่รองรับการต่อลำโพงเซอร์ราวด์แบบเต็มรูปแบบ อันเป็นประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่แท้จริงได้ แต่สิ่งที่ผู้บริโภคได้เต็มๆกับ Yamaha YHT-S400 คือ ความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยากในการติดตั้ง พร้อมกับประสิทธิภาพและคุณภาพที่พกมาเต็มกระเป๋า
Specifications
| Front Surround System | Output Power | Front Speaker System 50 W x 3 (6 ohms, 1 kHz, 10% THD); Subwoofer 100 W (3 ohms, 100 Hz, 10% THD) |
| Drivers | 13cm(5-1/8″) cone woofer | |
| iPod Compatibility via Yamaha Universal Dock | Yes | |
| Bluetooth Compatibility via Bluetooth® Wireless Audio Receiver | Yes | |
| FM Tuner Built-in | Yes | |
| Digital Audio Inputs | 1optical | |
| HDMI Interface | 3 In/1 Out (1080p) | |
| UniVolume | Yes | |
| Center(Speaker) System | Dimensions (W x H x D) | 800 x 50 x 70mm |
| Weight | 1.5 kg | |
| Subwoofer | Dimensions (W x H x D) | 435 x 151 x 361mm |
| Weight | 8.6 kg |
Distributor: Siam Yamaha Co., Ltd. Tel: 0-2215-2626-39
Suggested Retail Price: 23,900 baht
































































No Comment Received
Leave A Reply