<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Audio Resource Blog &#187; LCD TV</title>
	<atom:link href="http://www.audioresource.net/blog/tag/lcd-tv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.audioresource.net/blog</link>
	<description>The Audiophiles&#039; Resource</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jun 2011 05:20:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ศตวรรษแห่งการพัฒนาของโทรทัศน์</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/tv-development/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/tv-development/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Jan 2011 12:01:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Home AV.]]></category>
		<category><![CDATA[Monitor/TV]]></category>
		<category><![CDATA[GE TV]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[LG smart TV]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติทีวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=431</guid>
		<description><![CDATA[พวกเราอาจคุ้นเคยกับรูปทรงของเครื่องรับโทรทัศน์ที่เป็นกล่องสีเหลี่ยมหนาๆ และก็ถือว่าเป็นรูปทรงอมตะที่อยู่คู่กับคนเรายาวนานที่สุด ก่อนที่จะแปลงโฉมเป็นแผ่นบางๆในฟอร์แมตของ LCD ดังเข่นปัจจุบันนี้ ในยุคแรกที่แปลงโฉมเป็นจอขนาดบางนั้น นอกจากด้านรูปทรงแล้ว ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานแทบจะไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมไปจากจอหลอดเลย และความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏเมื่อปีสองปีหลังนี้เอง หลังจากที่เราเข้าสู่ยุคสังคมดิจิตอลออนไลน์ สิ่งที่เริ่มปรากฏให้เห็นก่อนใครเพื่อนคือ ความละเอียดสูง (High Definition) และก็ค้างคาอยู่ ณ จุดนี้อีกหลายปี ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ทีวี 3 มิติ แล้วก็การต่อเชื่อมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หากนับตั้งแต่ที่ Philo Farnsworth สร้างเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องแรก (ที่ใช้งานได้จริง ไม่นับรวมก่อนหน้านั้นที่อยู่ในช่วงทดลองจากบุคคลอื่นๆ) ในปี 1927 (นำออกแสดงจริงในวันที่ 1 กันยายน 1928) ถึงวันนี้ก็เบ็ดเสร็จ 83 ปี หากนับอายุสำหรับสินค้าอิเลคทรอนิคส์ดิจิตอลแล้ว ก็ถือว่าเป็นประวัติอันยาวนาน และถือว่าการเดินทาง (พัฒนา) ในช่วงแรกกว่าครึ่งของช่วงเวลาการพัฒนาถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก หลังจากที่ Philo Farnsworth นำเครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้งานได้จริงออกแสดงครั้งแรกแล้ว ในปีถัดมา หรือปี 1929 เครื่องรับโทรทัศน์ก็ได้นำมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติ โดยมีการออกอากาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมัน และหลังจากนั้น ในปี 1936 การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงเบอร์บิน โทรทัศน์เริ่มมีบทบาทด้วยการถ่ายทอดสดให้ได้ชมกันในกรุงเบอร์ลินและเลียบซิก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/television.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-432" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="television" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/television-300x214.jpg" alt="Antique TV" width="270" height="193" /></a>พวกเราอาจคุ้นเคยกับรูปทรงของเครื่องรับโทรทัศน์ที่เป็นกล่องสีเหลี่ยมหนาๆ และก็ถือว่าเป็นรูปทรงอมตะที่อยู่คู่กับคนเรายาวนานที่สุด ก่อนที่จะแปลงโฉมเป็นแผ่นบางๆในฟอร์แมตของ LCD ดังเข่นปัจจุบันนี้ ในยุคแรกที่แปลงโฉมเป็นจอขนาดบางนั้น นอกจากด้านรูปทรงแล้ว ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานแทบจะไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมไปจากจอหลอดเลย และความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏเมื่อปีสองปีหลังนี้เอง หลังจากที่เราเข้าสู่ยุคสังคมดิจิตอลออนไลน์ สิ่งที่เริ่มปรากฏให้เห็นก่อนใครเพื่อนคือ ความละเอียดสูง (High Definition) และก็ค้างคาอยู่ ณ จุดนี้อีกหลายปี ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ทีวี 3 มิติ แล้วก็การต่อเชื่อมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หากนับตั้งแต่ที่ Philo Farnsworth สร้างเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องแรก (ที่ใช้งานได้จริง ไม่นับรวมก่อนหน้านั้นที่อยู่ในช่วงทดลองจากบุคคลอื่นๆ) ในปี 1927 (นำออกแสดงจริงในวันที่ 1 กันยายน 1928) ถึงวันนี้ก็เบ็ดเสร็จ 83 ปี หากนับอายุสำหรับสินค้าอิเลคทรอนิคส์ดิจิตอลแล้ว ก็ถือว่าเป็นประวัติอันยาวนาน และถือว่าการเดินทาง (พัฒนา) ในช่วงแรกกว่าครึ่งของช่วงเวลาการพัฒนาถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก</p>
<p><span id="more-431"></span></p>
<p>หลังจากที่ Philo Farnsworth นำเครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้งานได้จริงออกแสดงครั้งแรกแล้ว ในปีถัดมา หรือปี 1929 เครื่องรับโทรทัศน์ก็ได้นำมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติ โดยมีการออกอากาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมัน และหลังจากนั้น ในปี 1936 การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงเบอร์บิน โทรทัศน์เริ่มมีบทบาทด้วยการถ่ายทอดสดให้ได้ชมกันในกรุงเบอร์ลินและเลียบซิก (Leipzig) โดยเครื่องรับโทรทัศน์ในยุคแรกนี้จะผลิตโดย Telefunken ของเยอรมัน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การผลิตและ</p>
<div id="attachment_433" class="wp-caption alignleft" style="width: 239px"><a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/Braun_HF_1-1958.jpg"><img class="size-medium wp-image-433" title="Braun H1 " src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/Braun_HF_1-1958-229x300.jpg" alt="" width="229" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Braun H1 ทีวีในปี 1958</p></div>
<p>จำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการตลาดอย่างแท้จริง และในปี 1936 ปีเดียวกับที่แข่งขันโอลิมปิก เครื่องรับโทรทัศน์ได้นำออกงาน World’s Fair เพื่อเปิดตัวสู่สาธารณะในเชิงพาณิชย์เป็นเครื่องแรก แต่เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สองเสียก่อน ดังนั้น โครงการผลิตเชิงพาณิชย์ในปริมาณมากๆเลยต้องสะดุดลงจนต้องรอสงครามสิ้นสุดลง โดยมีตัวเลขที่คาดการณ์ว่า จำนวนเครื่องรับโทรทัศน์ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สองมีเพียง 19,000 เครื่องในอังกฤษ 1600 เครื่องในเยอรมัน และอีกประมาณ 7000-8000 เครื่องในอเมริกาเท่านั้น และเกว่าจะฟื้นตัวมาได้ก็ปาเข้าไปถึงปี 1948 เมื่ออเมริกาเริ่มสร้างระ<br />
บบเครือข่ายโทรทัศน์เชิงพาณิชย์ขึ้น และ Arturo Toscanini นักดนตรีที่สร้างตำนานให้แก่วงการโทรทัศน์ของโลกด้วยการปรากฏตัวบนหน้าจอโดยการแสดงทางสถานีโทรทัศน์ NBC จนกลายเป็นรายการยอดฮิตสุดฮอตของผู้รับชมในสมัยนั้น</p>
<p>หลังจากนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องรับโทรทัศน์เริ่มต้นอีกครั้ง แต่กลายเป็นต่างคนต่างคิดค้นต่างคนต่างมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านความละเอียด (จำนวนเส้น) ที่มีทั้ง 441 เส้นของเยอรมัน และตอนหลังพัฒนาเพิ่มเป็น 819 ซึ่งเป็นความละเอียดสูงสุดสำหรับทีวีอะนาล็อก 405 เส้นของอังกฤษ ซึ่งยังไม่มีมาตรฐานอันเป็นที่ตกลงยอมรับกันจนถึงยุคเครื่องรับโทรทัศน์สี จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานเป็น ระบบ PAL สำหรับยุโรปตะวันตก ระบบ SECAM สำหรับสหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออก และระบบ NTSC สำหรับอเมริกาเหนือ และในยุคแรกนั้น เครื่องรับทีวีสีมีคุณภาพค่อนข้างต่ำอันเนื่องจากข้อจำกัดด้านการผลิต เนื่องจากในยุคทศวรรษปี 1960 นั้น เครื่องรับทีวีต้องใช้หลอดสุญญากาศจึงทำให้มีขนาดใหญ่ หนัก และคุณภาพไม่คงที่ จนถึงยุคทศวรรษปี 1970 เมื่อการพัฒนาโซลิตสเตทมีความก้าวหน้าและมีคุณภาพ และในปี 1971 เป็นปีแรกที่ยอดขายทีวีสีก้าวล้ำแซงหน้าทีวีขาวดำในตลาดอเมริกา เมื่อวัตถุดิบดีมีคุณภาพ ก็เท่ากับติดปีกให้พยัคฆ์แล้ว เครื่องทีวีที่เคยต้องบิดๆหมุนๆก็เริ่มมีรีโมทใช้ควบคุม และในปี 1988 เครื่องรับทีวี LCD เครื่องแรกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น</p>
<p>สำหรับในบ้านเรานั้น เท่าที่จำได้ น่าจะเห็นทีวี LCD นำออกแสดงครั้งแรกในงานอะไรสักอย่างที่เมืองทอง และที่แหลมฉบังเมื่อหลายสิบปีก่อน และกว่าจะเห็นทีวี LCD วางขายในตลาดก็หลังจากนั้นอีกนาน และตลอดนับทศวรรษที่ทีวีจอบางวางตลาดนั้น ในด้านของการพัฒนาก็ไม่ได้มีอะไรที่คืบหน้ามากไปกว่าการพัฒนาด้านความละเอียดเพิ่ม <a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/ge-performance-tv.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-434" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="ge-performance-tv" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/ge-performance-tv-293x300.jpg" alt="" width="293" height="300" /></a>และในระหว่างของการแข่งขันกันพัฒนาด้านเทคโนโลยีนั้น ก็เกิดมีผู้ท้าชิงอย่างพลาสมาเข้ามาผสมโรงเป็นระยะ หลายครั้งก็สามารถก้าวนำแซงหน้า LCD ไปได้ จนเมื่ออายุสิทธิบัตรของ LCD  สิ้นสุดลง เครื่องรับทีวีที่ใช้พาแนล LCD เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากเดิมที่เคยมีราคาเป็นแสนก็ไหลลงมาเรื่อยๆจนถึงถึงหลักหมื่นและหลักพัน เมื่อเทคโนโลยีการผลิตสามารถทำให้ผลิตไซส์ขนาดเล็กลงได้ และในไตรมาส 4 ปี 2007 เป็นครั้งแรกที่ยอดขายทีวี LCD แซงหน้าทีวี CRT ได้สำเร็จ</p>
<p>ในยุคต้นทศวรรษ 1990 เริ่มมีการแนะนำระบบโทรทัศน์ความละเอียดสูงสู่ทวีปยุโรป และวันที่ 1 มกราคม 2004 สถานีโทรทัศน์แบบไฮเดฟ (HDTV) เริ่มออกอากาศครั้งแรกในประเทศเบลเยี่ยม และถึงเดือนธันวาคม 2009 อังกฤษก็ได้ออกอากาศคอนเทนต์ที่เป็นไฮเดฟสำหรับฟรีทีวีเป็นครั้งแรก อนิจจัง บ้านเรายังคงพูดถึงแผ่นบลูเรย์เถื่อนที่มีความละเอียดเพียง 720p โดยที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะได้เห็นรายการที่เป็นไฮเดฟจริงๆเสียที นอกจากสมาชิกทรูวิชั่นที่เริ่มได้สัมผัสเมื่อครั้งการแข่งขันฟุตบอลเวิร์ดคัพที่อัฟริกาใต้เป็นต้นมา</p>
<p>แม้ไฮเดฟไม่มา แต่กระแส 3D ก็ถูกโหมกระพือจนกลายเป็นกระแสที่แรงสุดในปี 2010 แต่ละค่ายแทบจะเข็นทีวีสามมิติของตนเองออกมาอวดชาวบ้านไม่ทัน แม้ยังไม่พร้อมวางจำหน่ายก็ขออวดไว้ก่อน แต่ว่ากระแสนี้จะสามารถติดลมบนได้นานหรือไม่ก็คงอยู่ที่คอนเทนต์ที่ป้อนตลาดซึ่งปัจจุบันยังมีไม่มากนัก แต่ดูเหมือนวงการมายาก็เริ่มสร้างภาพยนตร์ 3 มิติมากขึ้น จากที่เคยสร้างปีละเรื่องหรือสองเรื่อง ก็ได้เห็นประมาณไตรมาสละเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่กระแสที่สร้างขึ้นมา แต่เกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติที่มาพร้อมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตคือ อินเทอร์เน็ตทีวี และออนไลน์ดิจิตอลคอนเทนต์ ดังที่พวกเราจะสังเกตเห็นว่าเครื่องรับทีวีรุ่นใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีช่องอีเธอร์เน็ต (LAN) มาด้วย ซึ่งทำให้เราสามารถรับชมคลิปวิดีโอ ข่าว ภาพ ข่าวพยากรณ์อากาศผ่านอิน<a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/04-SMTV_all.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-435" title="04 SMTV_all" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2011/01/04-SMTV_all-300x225.jpg" alt="LG Smart TV" width="300" height="225" /></a>เทอร์เน็ตได้ แต่สิ่งเหล่านี้สำหรับคนไทยแล้วก็เหมือนกับป้อนขนมปัง ไส้กรอกให้ซึ่งไม่ถูกกับรสนิยมคนไทย เพราะสิ่งที่คนไทยอยากได้คือ รสชาติแบบไทยๆ จนเราได้เห็นการเปิดตัวของ LG ร่วมกับ MThai และ Nation Channel เพื่อให้คนไทยสามารถสเพคอนเทนต์ภาษาไทยผ่านผู้ให้บริการสองรายดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นปริมาณที่น้อยนิด แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่นี้ และเป็นแนวโน้มที่ดี ซึ่งเชื่อว่าจะกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายอื่นๆต้องสรรหาและป้อนคอนเทนต์ภาษาไทยและแข่งขันกันด้านนี้มากขึ้น</p>
<p>อีกกระแสหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งก็คือ Google TV ที่ปัจจุบันนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว และผู้ผลิตบางรายก็ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้บริการนี้ไว้ในเครื่องรับทีวีของตนแล้ว เมื่อไรที่เทคโนโลยีนี้แพร่หลายแล้ว เราคงได้เห็นการพลิกโฉมหน้าในวงการทีวีและคอนเทนต์ทางทีวีประเภทหน้ามือเป็นหลังมืออีกครั้งหนึ่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/tv-development/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toshiba REGZA 32AV700T แอลซีดีทีวี</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-regza-32av700t/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-regza-32av700t/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Aug 2010 04:27:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Home AV.]]></category>
		<category><![CDATA[Monitor/TV]]></category>
		<category><![CDATA[Test Report]]></category>
		<category><![CDATA[32AV700T]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[REGZA]]></category>
		<category><![CDATA[Toshiba]]></category>
		<category><![CDATA[แอลซีดีทีวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=319</guid>
		<description><![CDATA[กระแสบอลโลก FIFA World Cup 2010 ถือเป็นช่วงโอกาสทองสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านภาพ จึงไม่แปลกที่เราได้เห็นผู้ผลิตเครื่องรับโทรทัศน์ค่ายต่างๆ ต่างถือโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับโตชิบา ที่ได้เปิดตัวเครื่องคับโทรทัศน์ตระกูล AV700 Series ซึ่งครอบคลุมทั้งระดับกลางค่อนไปทางบน โดยมีขนาด 32 และ 40 นิ้วให้เลือกเหมาะกับการใช้งาน ก่อนหน้านี้ ผมได้ทำการทดสอบแอลซีดีทีวีของโตชิบาในตระกูล 600 ซีรี่ส์ขนาด 32 นิ้วมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับน้องใหม่ AV700 Series นี้ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อความสมบูรณ์ในการใช้งานและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น สำหรับในส่วนที่ดีอยู่แล้วจากซีรี่ส์ก่อน ก็จะยังคงไว้ เช่น การประมวลผลแบบ 10 บิต ซึ่งจะให้ภาพที่สมจริงมีชีวิตชีวาด้วยจำนวนสีถึงกว่าพันล้านสี และการจัดการพื้นหลังแบบ Intelligent Backlight Control ซึ่งจะทำให้โทนสีดำมีความเข้มลึกยิ่งขึ้น การไล่เฉดสีที่มีความละเอียดและความเปรียบต่างหรือคอนทราส (contrast) ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่โตชิบาทำได้ดีอยู่แล้ว ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมจากรุ่นก่อน อาทิ เช่น การเพิ่มช่องอินพุทแบบ HDMI จากสองช่องเป็น 4 ช่อง ทำให้เราสามารถนำอุปกรณ์ที่ใช้ช่องต่อแบบ HDMI [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/08/spd_20100616173700_b1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-321" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="spd_20100616173700_b" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/08/spd_20100616173700_b1.jpg" alt="" width="270" height="270" /></a>กระแสบอลโลก FIFA World Cup 2010 ถือเป็นช่วงโอกาสทองสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านภาพ จึงไม่แปลกที่เราได้เห็นผู้ผลิตเครื่องรับโทรทัศน์ค่ายต่างๆ ต่างถือโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับโตชิบา ที่ได้เปิดตัวเครื่องคับโทรทัศน์ตระกูล AV700 Series ซึ่งครอบคลุมทั้งระดับกลางค่อนไปทางบน โดยมีขนาด 32 และ 40 นิ้วให้เลือกเหมาะกับการใช้งาน</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ผมได้ทำการทดสอบแอลซีดีทีวีของโตชิบาในตระกูล 600 ซีรี่ส์ขนาด 32 นิ้วมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับน้องใหม่ AV700 Series นี้ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อความสมบูรณ์ในการใช้งานและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น สำหรับในส่วนที่ดีอยู่แล้วจากซีรี่ส์ก่อน ก็จะยังคงไว้ เช่น การประมวลผลแบบ 10 บิต ซึ่งจะให้ภาพที่สมจริงมีชีวิตชีวาด้วยจำนวนสีถึงกว่าพันล้านสี และการจัดการพื้นหลังแบบ Intelligent Backlight Control ซึ่งจะทำให้โทนสีดำมีความเข้มลึกยิ่งขึ้น การไล่เฉดสีที่มีความละเอียดและความเปรียบต่างหรือคอนทราส (contrast) ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่โตชิบาทำได้ดีอยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-319"></span></p>
<p>ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมจากรุ่นก่อน อาทิ เช่น การเพิ่มช่องอินพุทแบบ HDMI จากสองช่องเป็น 4 ช่อง ทำให้เราสามารถนำอุปกรณ์ที่ใช้ช่องต่อแบบ HDMI มาต่อกับเครื่องรับโทรทัศน์นี้ได้มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันเครื่องเล่นภาพความละเอียดสูงไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์ เครื่องเล่นดีวีดีรุ่นใหม่ที่สามารถอัพสเกลได้ หรือแม้กระทั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คต่างหนีไม่พ้นที่ต้องติดตั้งช่องต่อ HDMI มาด้วย อีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่เป็นประโยชน์มากคือ Auto Signal Booster ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัญญาณโดยอัตโนมัติสำหรับในจุดที่สัญญาณการรับภาพไม่ดี จะทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่น AutoView ซึ่งจะช่วยให้แสดงภาพให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต่อพ่วง โดยจะให้ผลที่ดีที่สุดตามธรรมชาติของอุปกรณ์นั้นๆ เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละประเภทจะจ่ายสัญญาณภาพ ความถี่และความละเอียดไม่ท่านกัน อย่างเช่น ภาพที่รับจากเสาอากาศทีวีก็ลักษณะหนึ่ง ภาพที่ได้จากเครื่องเล่นดีวีดี บลูเรย์ก็อีกลักษณะหนัง และภาพที่ต่อเข้ามาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ก็อีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ในด้านสัดส่วนภาพ ความคมชัด ความละเอียด สีสันจะต้องปรับให้ตรงและเหมาะกับอุปกรณ์นั้นๆ การเพิ่มฟังก์ชั่น AutoView จะช่วยได้มาก โดยไม่ต้องกังวลว่าควรจะปรับอย่างไร แค่ไหนถึงดีที่สุด เพราะตัวเครื่องจะปรับให้เราโดยอัตโนมัติ</p>
<p>ฟังก์ฃั่นสุดท้ายที่เพิ่มเข้ามาซึ่งผมถือว่า ตรงกับยุคสมัยดีมาก คือ ฟังก์ชั่น JPEG Playback ทุกวันนี้ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพเป็นอาชีพหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่อยู่คู่กับแทบจะทุกคนคือ กล้องถ่ายภาพดิจิตอล ถ้าไม่เป็นแบบกล้องโดยเฉพาะ (Conventional Camera) ก็ต้องเป็นกล้องที่พ่วงมากับเครื่องโทรศัพท์มือถือ และการดูภาพที่ถ่ายมาได้ในจอโทรทัศน์จอใหญ่ถือว่าเป็นความสุขเล็กๆของครอบครัว โดยเครื่องรับโทรทัศน์โตชิบา AV700 Series ได้เพิ่มช่องเสียงอุปกรณ์ USB เข้ามาด้วย และในเครื่องได้ฝังตัวโปรแกรมมีเดียเพลเยอร์เพื่อใช้ดูภาพจากแฟลชไดร์ฟ หรืออุปกรณ์ยูเอสบีได้โดยตรง แต่น่าเสียดายที่ USB Port นั้นได้ติดตั้งอยู่ด้านหลังเครื่องบริเวณที่ต่อสายสัญญาณต่างๆ ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าใครนำเครื่องรับโทรทัศน์นี้แขวนผนังก็หมดสิทธิ์ใช้ไปเลย ส่วนของผมเอง วางบนชั้นวางระดับต่ำกว่าเอว เวลาเสียบแฟลฃไดร์ฟยังต้องขยับเครื่อง เพราะช่องต่ออยู่ลึกถึงประมาณกึ่งกลางเครื่อง ทางทีดีน่าจะติดตั้งบริเวณด้านข้างขอบจอจะดีมากและสะดวกต่อการใช้งานอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>Soft Test</strong></p>
<p>โดยปรกติ ผมจะรับสัญญาณภาพโทรทัศน์จากจานดาวเทียมเป็นหลัก แต่เนื่องจากการถ่ายทอดสดบอลโลกที่ทาง FIFA กำหนดให้ Scramble สัญญาณเลยต้องหันกลับไปใช้เสาอากาศซึ่งก็สัญญาณแย่เต็มทน แต่ 32AV700T ก็สามารถกวาดจับสัญญาณได้ครบทุกช่อง และด้วยฟังก์ชั่น Auto Signal Booster ก็ทำให้สัญญาณภาพที่ได้จากเสาอากาศที่อ่อนดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ใสกิ๊กเหมือนรับจากจานดาวเทียมก็ตาม ที่น่าประหลาดใจคือ ฟังก์ชั่นภาพนิ่ง เพราะปรกติเราจะเห็นฟังก์ชั่นนี้มีใช้กันในเครื่องเล่นดีวีดีเป็นหลัก แต่โตชิบากลับสามารถทำให้ภาพจากรายการทีวีก็สามารถหยุดนิ่งได้ ดังนั้น ถ้าอยากจับภาพฟุตบอลว่าล้ำหน้าหรือไม่ หรือว่าเข้าประตูหรือไม่ก็สามารถหยุดภาพได้เลย แต่ต้องเข้าใจก่อนว่านี่ไม่ใช่การย้อนภาพเหมือดีวีดี เพราะในแบ็กกราวด์นั้นภาพและเสียงยังคงต่อเนื่องไป</p>
<p>การชมภาพยนตร์จะเป็นตัวพิสูจน์ประสิทธิภาพของโทรทัศน์รุ่นนี้ได้อย่างดี สิ่งแรกที่ผมชอบมากคือ ผิวจอที่ไม่สะท้อน ทำให้เวลาดูแล้วไม่รู้สึกรำคาญตา และการประมวลผล 10 บิตกว่าพันล้านสี จึงทำให้สีผิวมีความเนียน เป็นธรรมชาติดีมาก ในขณะที่ภาพโดยรวมมีความสะอาด ใส และมีมิติของความลึก ดังจะเห็นได้จากภาพยนตร์เรื่อง I am Legend ตอนที่ Will Smith หลุดเข้าไปในความมืด แสงไฟอันน้อยนิดทำให้เห็นรายละเอียดใบหน้าได้ดี ขณะที่ยังคงสีสันของสีหน้าที่เป็นธรรมชาติ ส่วนฉากหลังที่มืดมีความดำเข้มที่น่าพอใจยิ่ง ยิ่งถ้าชมจากภาพยนตร์เรื่อง 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลกแล้ว ยิ่งจะเห็นประสิทธิภาพของ 32AV700T เครื่องนี้ในการประมวลภาพออกมาได้แทบจะไร้ที่ติ ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เทคนิคพิเศษที่ทำให้โทนสีของฉากดูมืด หนัก ดังนั้น รายละเอียดต่างๆจะจมอยู่ในความมืดถ้าหากเครื่องแยกแยะได้ไม่ดี ฉากเลิฟซีนที่ทำออกมาเป็นโทนสีเทา (ดูคล้ายกับภาพยนตร์ขวาดำสมัยก่อน) สามารถถ่ายทอดออกมาได้โดยให้รายละเอียดของกล้ามเนื้อ ผิวหนัง ตลอดจนรูขุมขนออกมาได้ดีมาก การไล่เฉดสีเทาที่มีความกว้าง ทำให้ภาพมีความนุ่มนวลสวยงาม</p>
<p>.ในทางตรงกันข้าม ฉากที่กองเรือเปอร์เชียถูกฝนฟ้าพายุกระหน่ำนั้น สายฟ้าผ่าที่สว่างว๊าบขึ้นมา หรืออีกหลายๆฉากที่บางจุดสว่างจ้าตัดกับส่วนอื่นๆที่มืดหรือสีโทนหนัง ก็สามารถทำให้เห็นรายละเอียดท่ามกลางความสว่างจ้างได้ดี โดยมีความต่อเนื่องของเฉดสีไม่ทำให้แลดูแยกสีเป็นแถบๆ ทั้งนี้คงต้องยกให้เป็นความดีของฟังก์ชั่น Intelligent Backlight Control ที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในด้านความละเอียดนั้น น่าเสียดายรุ่น 32 นิ้วนี้ยังไม่รองรับ Full HD ได้</p>
<p>การเล่นไฟล์ภาพ JPEG ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถือว่าตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ ผมลองเซฟภาพถ่ายที่ถ่ายในไว้ในแฟลชไดร์ฟ โดยภาพที่จะแสดงกับโทรทัศน์รุ่นนี้ได้คือ ฟอร์ตแมต JPEG เท่านั้น และมีความละเอียดสูงสุดไม่เกิน 4096 x 4096 pixels และไม่เกิน 2000 ภาพต่อหนึ่งโฟลเดอร์ ที่สำคัญก่อนนำอุปกรณ์ไปเสียบในช่อง USB นั้น จะต้องปิดเครื่องโทรทัศน์ก่อน ไม่นั้นมันจะไม่รับรู้กับสิ่งที่ต่อเข้ามาใหม่(อย่าไปสับสนกับ plug and play ของคอมพิวเตอร์) เมื่อเปิดเครื่องแล้วเลือกช่องต่อ PC ก็จะเห็นข้อมูลในแฟลชไดร์ฟของเรา การชมภาพยังสามารถตั้งเวลาหน่วงการแสดงภาพแบบสไลด์ คือ ตั้งแต่ 3 วินาทีจนถึงสูงสุด 90 วินาที ส่วนภาพที่ถ่ายมาแนวตั้งบ้างแนวนอนบ้างไม่ต้องห่วงครับ สามารถใช้รีโมทพลิกภาพได้ จะเห็นว่า ฟังก์ชั่นนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกใสครอบครัวแล้ว ยังเหมาะที่จะใช้พรีเซนต์ในธุรกิจเอสเอ็มอีได้เป็นอย่างดี เพราะไม่จำเป็นต้องหาซื้อุปกรณ์ราคาแพง เพียงแค่มีแฟลฃไดร์ฟและการจัดภาพให้เหมาะสมก็ใช้ได้แล้ว</p>
<p>ถือเป็นการพัฒนาของโตชิบาอีกก้าวหนึ่งตามสโลแกน “Leading Innovation” ที่น่าพอใจ ในด้านของภาพนั้น คงต้องยกให้ในความสมบูรณ์ที่ยากที่จะหากจุดบกพร่องได้ ส่วนจุดที่เป็นข้อสังเกตก็คือ การวางตำแหน่งของช่องเสียบ USB ที่น่าจะวางในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการใช้งานกว่านี้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ส่วนเรื่องการซัพพอร์ตฟูลเอชดีนั้น คงอยู่ที่กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย เพราะผมเห็นว่ายังไม่สำคัญเท่ากับช่อง USB สำหรับ JPEG Playback</p>
<p><strong>Specifications:</strong></p>
<p>Product Type                                                      LCD TV</p>
<p>Screen Type                                                         32</p>
<p>Dynamic Contrast Ratio                                 50000 : 1</p>
<p>Resolution (HxV)                                             1366 x 768</p>
<p>Receiving System                                             PAL I, BG, DK, SECAM BG, DK, NTSC M, BG4.43</p>
<p>Video Signal                                                       480i/480p(60Hz),576i/576p(50Hz), 720p(50/60Hz), 1080i(50/60Hz),<br />
1080p(24/50/60Hz) through  HDMI</p>
<p>RGB Signal*                                                        VGA, SVGA, XGA, WXGA, SXGA</p>
<p>Visual Engine                                                     Power Meta Brain</p>
<p>Visual Processing                                            10 Bit video processing</p>
<p>24p                                                                         yes</p>
<p>3D Colour Management                                yes</p>
<p>Comb Filter                                                        3D Y/C</p>
<p>Intelligent Backlight Control                       yes</p>
<p>Mpeg Noise Reduction                                  yes</p>
<p>Real Digital Picture                                         yes</p>
<p>Media Playback                                                Jpeg</p>
<p>Picture Mode                                                    Autoview/Dynamic/Standard/Mild/Movie/Game/PC</p>
<p>Auto Signal Booster                                       yes</p>
<p>Stereo System                                                   NICAM / A2 Stereo</p>
<p>Super Woofer System                                    Bass Boost</p>
<p>Audio Output                                                   5W × 2</p>
<p>Atenna Input                                                   1</p>
<p>EXT 1 Input:                                                     Composite Video + RCA Audio</p>
<p>EXT 2 Input:                                                    Component Video + RCA Audio</p>
<p>EXT 3 Input:                                                    HDMI 1</p>
<p>EXT 4 Input:                                                    HDMI 2</p>
<p>EXT 5 Input:                                                   HDMI 3</p>
<p>EXT 6 Input:                                                   HDMI 4</p>
<p>EXT 7                                                                PC Input</p>
<p>PC Input                                                          D-Sub 15-Pin+3.5mm Mini Jack (Common with HDMI 1 Audio)</p>
<p>Output                                                              RCA Audio</p>
<p>Digital Input                                                  USB (Jpeg Playback)</p>
<p>Autoview                                                        yes</p>
<p>Ambient Light Sensor                               yes</p>
<p>Teletext                                                          yes</p>
<p>Multilingual OSD                                         English / Simplified Chinese / Malay / Thai / Vietnamese / Arabic / Persian / French / Russian</p>
<p>Picture in Picture                                        -</p>
<p>Hotel Mode                                                   yes</p>
<p>Automatic Voltage Regulator E:          220-240V 50/60Hz T: 110-240V 50Hz V:110-240V 50Hz</p>
<p>Power Consumption(W)                          90</p>
<p>Dimension (WxHxD) mm without Stand                786x525x78</p>
<p>Dimension (WxHxD) mm with Stand                       786x568x221</p>
<p>Weight(Net)kg without Stand                    9.0</p>
<p>Weight(Net)kg with Stand                           10.0</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-regza-32av700t/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Sanyo LCD-24K40 – Stylish LCD TV</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/sanyo-lcd-24k40/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/sanyo-lcd-24k40/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2010 05:18:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Home AV.]]></category>
		<category><![CDATA[Test Report]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Sanyo]]></category>
		<category><![CDATA[Vizon 24K40]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโย]]></category>
		<category><![CDATA[แอลซีดีทีวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=293</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยี LCD ทีวีดูเหมือนจะจ้ำก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับแรงขับเคลื่อนนี้ก็คือ การตลาดแบบ sizing marketing หรือการใช้ขนาดของผลิตภัณฑ์มาแยกเซ็กเมนต์ตลาด ทำให้เราได้เห็นเครื่องรับทีวีแอลซีดีมีขนาดเล็กลง หลังจากที่ลดจากขนาดประมาณ 40 นิ้วมาที่ 32 นิ้ว และหยุดอยู่ช่วงนี้อยู่พักใหญ่ และประมาณปีที่แล้ว เริ่มขยับลงมาอีกระดับ คือลงมาที่ขนาด 24 นิ้วลงมาจนถึงต่ำกว่า 20 นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่มาพร้อมกับการลดขนาดก็คือการลดราคาลงมา จนปัจจุบันราคาลงมาระดับประมาณครึ่งหมื่นก็มีแอลซีดีใช้ได้แล้ว จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น Sanyo LCD-24K40 คือหนึ่งในแอลซีดีทีวีดังที่กล่าวถึง ซึ่งรุ่นที่ได้รับมาทดสอบนั้น เป็นขนาด 24 นิ้วสีไวน์แดงแลดูสวยงามทันสมัย ด้วยขนาด 24 นิ้วที่ไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเพียง 5 กิโลฯกว่า สามารถที่ยกหรือเคลื่อนย้ายด้วยคนคนเดียวอย่างสะดวก ตลอดจนการประกอบเครื่องก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ทุกอย่างทำได้เอง เพียงนำฐานทีวีมาสวมแล้วขัดน็อตที่ให้มา 4 ตัวก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เพราะสายพาวเวอร์จะติดกับตัวเครื่องด้านหลังอยู่แล้ว เมื่อนำเครื่องทีวีไปต่อเข้ากับสายสัญญาณเครื่องรับทีวีดาวน์เทียม ทุกอย่างก็พร้อมใช้งาน เมื่อเปิดพาวเวอร์ สัญญาณภาพจะปรากฏขึ้นหน้าจอหลังจากที่รอคอยหลายวินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้าเหตุที่เป็นเช่นนี้ อาจเนื่องจากฟังก์ชั่น Plug and Play [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/07/Sanyo-LCD24K40.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-295" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Sanyo LCD24K40" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/07/Sanyo-LCD24K40-300x236.jpg" alt="" width="300" height="236" /></a>เทคโนโลยี LCD ทีวีดูเหมือนจะจ้ำก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับแรงขับเคลื่อนนี้ก็คือ การตลาดแบบ sizing marketing หรือการใช้ขนาดของผลิตภัณฑ์มาแยกเซ็กเมนต์ตลาด ทำให้เราได้เห็นเครื่องรับทีวีแอลซีดีมีขนาดเล็กลง หลังจากที่ลดจากขนาดประมาณ 40 นิ้วมาที่ 32 นิ้ว และหยุดอยู่ช่วงนี้อยู่พักใหญ่ และประมาณปีที่แล้ว เริ่มขยับลงมาอีกระดับ คือลงมาที่ขนาด 24 นิ้วลงมาจนถึงต่ำกว่า 20 นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่มาพร้อมกับการลดขนาดก็คือการลดราคาลงมา จนปัจจุบันราคาลงมาระดับประมาณครึ่งหมื่นก็มีแอลซีดีใช้ได้แล้ว จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น</p>
<p>Sanyo LCD-24K40 คือหนึ่งในแอลซีดีทีวีดังที่กล่าวถึง ซึ่งรุ่นที่ได้รับมาทดสอบนั้น เป็นขนาด 24 นิ้วสีไวน์แดงแลดูสวยงามทันสมัย ด้วยขนาด 24 นิ้วที่ไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเพียง 5 กิโลฯกว่า สามารถที่ยกหรือเคลื่อนย้ายด้วยคนคนเดียวอย่างสะดวก ตลอดจนการประกอบเครื่องก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ทุกอย่างทำได้เอง เพียงนำฐานทีวีมาสวมแล้วขัดน็อตที่ให้มา 4 ตัวก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เพราะสายพาวเวอร์จะติดกับตัวเครื่องด้านหลังอยู่แล้ว เมื่อนำเครื่องทีวีไปต่อเข้ากับสายสัญญาณเครื่องรับทีวีดาวน์เทียม ทุกอย่างก็พร้อมใช้งาน</p>
<p><span id="more-293"></span></p>
<p>เมื่อเปิดพาวเวอร์ สัญญาณภาพจะปรากฏขึ้นหน้าจอหลังจากที่รอคอยหลายวินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้าเหตุที่เป็นเช่นนี้ อาจเนื่องจากฟังก์ชั่น Plug and Play เพราะเมื่ออยู่ในโหมดนี้ การเปิดเครื่องครั้งแรก หรือเครื่องถูกรีเซ็ตก็จะทำการค้นหาสิ่งที่ตั้งไว้แต่แรก (Preset) และสัญญาณทีวีโดยอัตโนมัติ (ต้องต่อเสาอากาศไว้เรียบร้อย) ทั้งนี้อย่าลืมเลือกช่องสัญญาณให้ถูกต้องด้วย โดยด้านหลังทีวีจะมีช่องต่อสัญญาณเข้าแบบ HDMI, AV1 ซึ่งให้เลือกได้ระหว่าง ต่อสัญญาณ S-Video หรือ Composite AV2 จะเป็นช่องต่อสัญญาณแบบ Component และสุดท้ายคือ D-Sub หรือช่องต่อวีจีเอจากเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยผมได้ต่อเครื่องรับทีวีดาวเทียมในช่อง AV1 และเครื่องเล่นดีวีดีในช่อง AV2</p>
<p>ในด้านภาพและเสียงนั้น เราสามารถเลือกให้เหมาะกับบรรยากาศหรือให้มีความสมจริงยิ่งขึ้น โดยในด้านเสียงนั้น ตัวเครื่องรับทีวีจะมีระบบเสียงแบบตั้งไว้ล่วงหน้าให้เลือกคือ บรรยากาศแบบ Standard ซึ่งจะเหมือนกับมาตรฐานทีวีทั่วไป News สำหรับรายการสนทนา Music สำหรับรายการเพลง และ Personal เป็นการกำหนดตามรสนิยมตัวเอง และที่พิเศษเพิ่มเติมสำหรับคอกีฬาโดยเฉพาะคือ จะมีปุ่มฟังก์ชั่น Sports โดยเฉพาะ และเราสามารถเลือกบรรยากาศประเภทกีฬาคือ Football, Winter Sports, Marine Sports และ Indoor Sports ซึ่งเท่ากับครอบคลุมทุกประเภทกีฬา ส่วนด้านภาพนั้น สามารถปรับเลือกได้แบบเหมือนทีวีทั่วไป</p>
<p>จากการทดสอบชมทีวีผ่านจานดาวเทียม ได้ภาพที่คมชัด สีสันสดใสเป็นธรรมชาติ ส่วนทางด้านเสียงนั้น ตัวลำโพงที่ติดตั้งมามีกำลังขับข้างละ 3 วัตต์ และมีความเพี้ยนหรือค่า THD ประมาณหรือไม่เกิน 10% ก็ตอนสนองได้ในระดับที่น่าพอใจ  โดยเฉพาะในย่านกลางแหลม แม้ว่าด้านเสียงเบสอาจน้อยไปบ้าง ส่วนนี้อาจช่วยได้โดยการเลือกใช้ฟังก์ชั่น Bass Espander ก็จะช่วยเพิ่มเสียงเบสได้ดียิ่งขึ้น อีกประเด็นหนึ่งอาจเป็นเพราะพื้นที่ในจุดติดตั้งไดร์ฟเวอร์ลำโพงอาจค่อนข้างจำกัด จึงทำให้ความโปร่งของเสียงอยู่ในระดับพอรับได้ แต่ถ้าหากใครอยากนำเอาลำโพงภายนอก (ลำโพงมัลติมีเดีย) มาทดแทนลำโพงที่ติดตังมา ก็มีช่องต่อเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว โดยลำโพงที่นำมาต่อจะต้องมีหัวแจ็คขนาดเล็กสำหรับมัลติมีเดียทั่วไป</p>
<p>เมื่อเปลี่ยนมาทดสอบการชมภาพยนตร์จากผ่านดีวีดี การชมภาพยนตร์จากดีวีดีจากเครื่อง Sanyo LCD-24K40 ดูเหมือนจะน่าพออกพอใจมากกว่า เพราะภาพที่ได้นั้น มีความสดอิ่มของสีสันดีมาก และเมื่อปรับความสว่างเพิ่มขึ้นอีกนิด สีผิวจะและดูสดเป็นธรรมชาติดีมาก สีเนื้อคือสีเนื้อ ไม่ใช่สีเหลืองของคนป่วยเป็นดีซ่าน ส่วนพื้นสีดำนั้น มีความเข้มในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ เพราะ  Sanyo LCD-24K40 รุ่นนี้ได้นำเอา VIZON Engine อันเป็นเทคโนโลยีการประมวลภาพของซันโย ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง มีความสดและมีชีวิตชีวาเหมือนธรรมชาติ และยังนำเอา Dynamic AI (Automatic Image Control) หรือการควบคุมภาพแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยในการชดเชยคอนทราสต์และความสว่างของภาพ</p>
<p>การต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์นั้น ผมได้ลงทดสอบทั้งสายสัญญาณ HDMI และ VGA โดยการ์ดจอแสดงผลที่ใช้เป็น nVidia Geforce 9400 GT พร้อมหน่วยความจำ 1MB. พร้อมช่อง HDMI แม้ว่าการต่อสาย HDMI จะสามารถปรับความละเอียดได้สูงถึงระดับ 1920&#215;1080 พิกเซลก็ตาม แต่สัดส่วนของภาพคลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนหมด ไม่ว่าจะปรับความละเอียดไปที่ระดับใดก็ตาม ทั้งนี้ไม่ขอยืนยันว่า เพราะเฉพาะการ์ดแสดงผลบางรุ่น หรือว่าเป็นสาเหตุมาจากไดร์ฟเวอร์ ขณะเดียวกัน เมื่อทดสอบกับโน้ตบุ๊คที่ใช้ชิปกราฟฟิกออนบอร์ดผ่านสาย HDMI เมื่อบุทเข้าวินโดวส์จำแจ้งทันทีว่า 1080p แม้ว่าสัดส่วนภาพจะถูกต้อง แต่ไม่เต็มจอ และเมื่อปรับขยายให้ใหญ่ขึ้น ก็จะล้นออกมา ปัญหาจะคล้ายกับที่เจอในเครื่องพีซี ส่วนการแสดงผลที่ได้นั้น เนื่องจากสัญญาณของจอทีวีแตกต่างจากจอคอมพิวเตอร์ ภาพที่ได้จึงไม่ละเอียด และเนียนเท่าจอมอนิเตอร์</p>
<p>เมื่อใช้สาย HDMI ไม่ประสบความสำเร็จตามต้องการ จึงเปลี่ยนเป็นสาย VGA ซึ่งทำงานได้ดี เพราะตั้งแต่เปิดเครื่องบูทเข้าวินโดวส์ จะมีการปรับขนาดโดยอัตโนมัติทุกระยะ และก็สามารถแสดงผลได้ถูกต้องทุกประการและเต็มจอได้สัดส่วน แต่เนื่องจากข้อจำกัดของสายวีจีเอ จึงทำให้การแสดงผลปรับความละเอียดได้สูงสุดเพียง 1280&#215;1024 พิกเซล และสีสันไม่อิ่มสดเท่าที่ควร แม้ว่าจะเลือกสีที่ 32 บิตก็ตาม</p>
<p>จากการทดสอบการชมภาพยนตร์ผ่านคอมพิวเตอร์นั้น ถือว่าดีมาก โดยเฉพาะจากการทดสอบ Ice Age III ฉบับ HD ภาพที่มีความละเอียดและเนียนสวยของเหล่าสัตว์โบราณแต่ละตัว ความเคลื่อนไหวที่ราบรื่นดุไม่สะดุด จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ครอบครองทีวี Sanyo LCD-24K40 รุ่นนี้</p>
<p>สำหรับ Sanyo LCD-24K40 ทางซันโยได้ผลิตออกมาหลายสีด้วยกัน ด้วยสีสันทีแหวกความจำเจของสีดำเดิมๆเก่าๆ พร้อมกับการออกแบบที่สวยงาม ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ ยิ่งด้วยขนาด 24 นิ้วที่กำลังเหมาะ กะทัดรัดไม่เปลืองพื้นที่วาง และสีสันที่ให้เลือกได้เพื่อเข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือสไตล์การตกแต่งภายใน จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับคนทันสมัยและมีรสนิยม ไม่ว่าจะซื้อเป็นทีวีเครื่องแรกหรือเครื่องที่สองในบ้านก็ตาม คุณสมบัติการใช้งานที่ครบครัน และคุณภาพในระดับที่ดีคุ้มค่าราคา จึงเป็นตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้ามได้</p>
<table border="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td><strong>Specifications</strong></td>
</tr>
<tr>
<td>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td width="40%" valign="top">รุ่น</td>
<td width="60%"><strong>LCD24K40</strong></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ความละเอียด</td>
<td>WXGA (1366 x     768)</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">อัตราความต่างสี (Dynamic)</td>
<td>12,000 : 1</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">อัตราการตอบสนอง</td>
<td>6.5 ms</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">มุมมอง</td>
<td>H: 176, V: 176</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ระบบไฟ</td>
<td>AC 110-240,     50/60 Hz</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ระบบสี</td>
<td width="60%">PAL/PAL60Hz/SECAM/NTSC/NTSC4.43</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ระบบเสียง</td>
<td width="60%">B/G, D/K, I, M</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="3" valign="top">ช่องสัญญาณ</td>
<td>VHF : E2-E12,     R1-R12, K1-K9, A2-A13, J1-J12</td>
</tr>
<tr>
<td>UHF : 21-69,     A14-A69, J13-J62</td>
</tr>
<tr>
<td>CATV : S1-S41,     X, Y, Z, Z+1, Z+2</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">กำลังเสียง</td>
<td width="60%">3 W + 3 W</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ขนาดลำโพง</td>
<td>3 x 8 cm : 2p</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="4" valign="top">ขั้วต่อภายนอก</td>
<td>  PC Input</p>
<p>  &#8212;&#8211;</p>
<p>  D-SUB 15 pin/Stereo Mini</td>
</tr>
<tr>
<td>  Video Input</p>
<p>  &#8212;&#8211;</p>
<p>  AV1 : S-Video(S), V, L, R</td>
</tr>
<tr>
<td>  HDMI</p>
<p>  &#8212;&#8211;</p>
<p>  1 x HDMI(DVI)</td>
</tr>
<tr>
<td>  Monitor Out</p>
<p>  &#8212;&#8211;</p>
<p>  V, L, R</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">กำลังไฟ</td>
<td width="60%">57 W</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ขนาดเครื่อง ( ก x ส x ล     )</td>
<td>614 x 434 x 170     mm</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">น้ำหนัก</td>
<td>5.9 Kg</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ตัวแทนจำหน่าย บริษัท ซันโย (ไทยแลนด์) จำกัด</p>
<p>ราคาขาย 7,990 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/sanyo-lcd-24k40/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toshiba 32AV600T LCD Colour TV</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-32av600t/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-32av600t/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2009 04:54:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Home AV.]]></category>
		<category><![CDATA[Test Report]]></category>
		<category><![CDATA[32AV600T]]></category>
		<category><![CDATA[Full HD]]></category>
		<category><![CDATA[HDMI]]></category>
		<category><![CDATA[home theater]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Toshiba]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=211</guid>
		<description><![CDATA[พอได้จับโทรทัศน์แอลซีดีของโตชิบา 32AV600T ตัวนี้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงสมัยที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ แล้วซื้อทีวีสีเครื่องแรกด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองซึ่งเป็นทีวีสี 14 นิ้วของโตชิบา ที่ยังคงประทับใจในด้านคุณภาพ สีสันทีดูสบายตา ภาครับที่แม่นยำ จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าในขณะนั้นจากที่ได้เปรียบเทียบกับหลายยี่ห้อแล้ว โดยรูปลักษณ์ของโตชิบาที่ตัดสินใจซื้อจะไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่สวยที่สุดก็ตาม แต่ผมก็เลือกและไม่เคยนึกเสียใจเลยกับการตัดสินใจในครั้งนั้น แต่กลับรู้สึกประทับใจลึกๆจนทุกวันนี้ หลังจากที่ซื้อโทรทัศน์จอใหญ่ 28 นิ้วเมื่อสิบกว่าปีก่อนซึ่งเป็นการซื้อทีวีใช้เองเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่เคยซื้ออีกเลยเนื่องจากหลังจากนั้น มักจะได้รับการมอบให้จากคู่ค้าในแต่ละปี เครื่องใหญ่บ้างเล็กบ้างจนสุดท้ายต้องปลดระวางเครื่องเก่าๆออกไปบ้าง ซึ่งรวมถึงทีวีสี 14 นิ้วของโตชิบาด้วย การที่ได้ทดสอบ Toshiba 32AV600T LCD TV ครั้งนี้ จึงเสมือนได้กลับมาสู่ความรู้สึกและความประทับใจในวันเก่าๆอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากนี่เป็นการทดสอบเครื่อง ผมจึงต้องเก็บเอาความรู้สึกและความประทับใจเหล่านี้ไว้ในลิ้นชักก่อน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นความรู้สึกที่ลำเอียงซึ่งไม่ยุติธรรมต่อผู้อ่าน การที่โตชิบาวางตลาด  32AV600T LCD TV รุ่นนี้ ซึ่งเข้าไปอยู่ในกลุ่มของตลาดแอลซีดีทีวีระดับเริ่มต้นที่ถือว่ากำลังร้อนแรงและดุเดือด ซึ่งถ้าหากผลิตภัณฑ์ใครไม่แน่จริงหรือไม่ดีจริง คงยากที่จะรอดในสมรภูมิเลือดนี้ ในส่วนของ Toshiba 32AV600T LCD TV ที่แทรกเข้ามาในจุดนี้นั้นคงต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่นำเสนอกับผู้บริโภคได้ ขอให้เรามาพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏทีละจุด ก่อนที่จะทดสอบการทำงานจริงในภายหลัง ด้วยขนาดจอ 32 นิ้ว ซึ่งวัดขนาดภาพแนวทแยงมุมได้ 94 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_212" class="wp-caption alignleft" style="width: 280px"><img class="size-medium wp-image-212 " title="32AV600T" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2009/10/32AV600T.-300x248.jpg" alt="Toshiba 32AV600T LCD Color TV" width="270" height="223" /><p class="wp-caption-text">Toshiba 32AV600T LCD Color TV</p></div>
<p>พอได้จับโทรทัศน์แอลซีดีของโตชิบา 32AV600T ตัวนี้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงสมัยที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ แล้วซื้อทีวีสีเครื่องแรกด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองซึ่งเป็นทีวีสี 14 นิ้วของโตชิบา ที่ยังคงประทับใจในด้านคุณภาพ สีสันทีดูสบายตา ภาครับที่แม่นยำ จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าในขณะนั้นจากที่ได้เปรียบเทียบกับหลายยี่ห้อแล้ว โดยรูปลักษณ์ของโตชิบาที่ตัดสินใจซื้อจะไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่สวยที่สุดก็ตาม แต่ผมก็เลือกและไม่เคยนึกเสียใจเลยกับการตัดสินใจในครั้งนั้น แต่กลับรู้สึกประทับใจลึกๆจนทุกวันนี้</p>
<p>หลังจากที่ซื้อโทรทัศน์จอใหญ่ 28 นิ้วเมื่อสิบกว่าปีก่อนซึ่งเป็นการซื้อทีวีใช้เองเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่เคยซื้ออีกเลยเนื่องจากหลังจากนั้น มักจะได้รับการมอบให้จากคู่ค้าในแต่ละปี เครื่องใหญ่บ้างเล็กบ้างจนสุดท้ายต้องปลดระวางเครื่องเก่าๆออกไปบ้าง ซึ่งรวมถึงทีวีสี 14 นิ้วของโตชิบาด้วย การที่ได้ทดสอบ Toshiba 32AV600T LCD TV ครั้งนี้ จึงเสมือนได้กลับมาสู่ความรู้สึกและความประทับใจในวันเก่าๆอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากนี่เป็นการทดสอบเครื่อง ผมจึงต้องเก็บเอาความรู้สึกและความประทับใจเหล่านี้ไว้ในลิ้นชักก่อน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นความรู้สึกที่ลำเอียงซึ่งไม่ยุติธรรมต่อผู้อ่าน</p>
<p><span id="more-211"></span><br />
การที่โตชิบาวางตลาด  32AV600T LCD TV รุ่นนี้ ซึ่งเข้าไปอยู่ในกลุ่มของตลาดแอลซีดีทีวีระดับเริ่มต้นที่ถือว่ากำลังร้อนแรงและดุเดือด ซึ่งถ้าหากผลิตภัณฑ์ใครไม่แน่จริงหรือไม่ดีจริง คงยากที่จะรอดในสมรภูมิเลือดนี้ ในส่วนของ Toshiba 32AV600T LCD TV ที่แทรกเข้ามาในจุดนี้นั้นคงต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่นำเสนอกับผู้บริโภคได้ ขอให้เรามาพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏทีละจุด ก่อนที่จะทดสอบการทำงานจริงในภายหลัง ด้วยขนาดจอ 32 นิ้ว ซึ่งวัดขนาดภาพแนวทแยงมุมได้ 94 ซม. ด้วยแผงแอลซีดีที่ฉาบฟิล์มทำให้ไม่สะท้อนแสง และกรอบพลาสติกมันแววที่กรอบด้านล่างจะเป็นไฟแอลอีดี และช่องรับสัญญาคลื่นของตัวรีโมทคอนโทรล ส่วนด้านข้างขวามือของจอ จะเป็นปุ่มปรับและควบคุมการทำงานของตัวทีวี เช่น การเปิด/ปิด การเลือกช่อง ปรับระดับเสียง เป็นต้น ซึ่งปุ่มควบคุมเหล่านี้จะมีอยู่บนรีโมทคอนโทรอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว</p>
<p>แม้ว่าจะเป็นทีวีขนาดเพียง 32 นิ้ว แต่ในด้านของช่องต่อสัญญาณต่างๆนั้น ให้มาค่อนข้างครบครัน น่าจะครอบคลุมกับการใช้งานในด้านต่างๆ ที่สำคัญคือ มีช่องต่อ HDMI ให้มาถึงสองช่อง แต่น่าเสียดายที่เครื่องรุ่นนี้ไม่สามารถรองรับ Full HD ได้ เนื่องจากความละเอียดสูงสุดของจอภาพคือ 1366 dots x 768 dots ซึ่งสามารถรองรับได้สูงสุดคือ 720p หรือ 1080i (50/60 Hz.) โดยขนาดจอมี Aspect ration 16:9 แบบจอกว้าง ซึ่งเหมาะแก่การชมภาพยนตร์</p>
<p><strong>The Wave Test</strong></p>
<p>การรับสัญญาณฟรีทีวีจากเสาอากาศ การค้นหาช่องแบบอัตโนมัติสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยจำนวนตัวเลขของช่องที่ให้มาถึง 99 ช่อง ส่วนผมเริ่มต้นด้วยการทดสอบจากเครื่องรับโทรทัศน์แบบดิจิตอลผ่านจานดาวเทียม ซึ่งแน่นอนว่าความคมชัดและระบบเสียงจะดีกว่าแบบอนาล็อก ตอนแรกตั้งขนาดภาพแบบไวด์สกรีนเต็มจอ ภาพที่ได้จึงยืดๆ ภาพคนบนจอจึงดูอ้วนๆไปหมด จึงทำการเลือกขนาดภาพจากรีโมท ซึ่งเราสามารถเลือกได้หลายขนาด ทั้งขนาด 4:3, 14:9 หรือแบบจอภาพยนตร์ จะเลือกแบบให้เหลือขอบดำหรือไม่มีก็ได้ ส่วนในด้านโหมดของภาพนั้น มีโหมดที่กำหนดไว้ให้เลือกอยู่สามโหมด คือ แบบคมชัด ซึ่งอาจจะเหมาะกับการใช้งานพรีเซ็นต์ หรือการแสดงโชว์มากกว่า แบบมาตรฐานและแบบสบายตา ส่วนผมเลือกโหมดสบายตา เพราะรู้สึกว่าภาพที่ปรากฏจะมีความนุ่มนวล ดูนานๆแล้วสายตาไม่เมื่อยล้า และอีกโหมดคือ แบบให้เราปรับแต่งเอง การปรับแต่ละเมนูนั้นก็สะดวกง่ายดายด้วยคำอธิบายภาษาไทย เพียงแต่ตัวหนังสืออาจดูประหลาดนิดหน่อยตรงที่ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีสามระดับ ดังนั้น แต่ละตัวหนังสือจึงมีขนาดไม่เท่ากัน</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือระบบเสียง แม้ว่าตัวลำโพงที่บิลต์อินมากับทีวีเครื่องนี้จะมีขนาดเล็ก และมีกำลังขับเพียง 10 วัตต์ก็ตาม แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ผมก็คือ เวทีเสียงที่กว้างมาก ครั้งแรกที่ผมได้ยินจากโทรทัศน์ดาวเทียมรายการหนึ่ง ผมยังนึกกว่าตัวเองได้ต่อระบบเสียงผ่านเอวีรีซิฟเวอร์เสียอีก แต่เมื่อเช็คดูแล้ว เอวีรีซีฟเวอร์ของผมไม่ได้เปิดเลย หลังจากนั้น ก็ลองสังเกตต่อไปจึงมั่นใจว่า เสียงที่ได้ยินนั้นมาจากตัวทีวีแน่นอน ขนาดห้องผมกว้างประมาณ 4 เมตร โดยวางเครื่องทีวีอยู่ตรงกลาง ห่างจากกำแพงทั้งสองด้านเท่ากัน แต่เวทีเสียงกระจายกว้างเกือบชนกำแพงทั้งสองด้าน ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยได้ยินมาก่อนจากเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องเก่าที่ใช้อยู่ จึงทำให้ผมรู้สึกทึ่งไม่น้อย ในด้านเมนูการปรับระบบเสียงนั้น นอกจากให้ปรับระบบเสียงโดยเลือกระหว่างโมโนกับสเตริโอแล้ว เรายังสามารถรับเสียงทุ้ม (Bass) เสียงแหลม (Treble), Surround และ Bass Boost ได้อีก แต่ด้วยข้อจำกัดด้านของบอดี้ตัวเครื่อง เสียงเบสจึงอาจบางไปบ้าง</p>
<p>ด้านการชมภาพยนตร์นั้น จากการทดสอบด้วยภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum 2,  Battle of  the Smithsonian ผ่านทาง HDMI แต่เนื่องจากไม่สามารถรองรับ Full-HD ได้ จึงต้องปรับมาที่ 720p แทน ถึงกระนั้นก็ตาม รายละเอียดที่ได้ยังอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ฉากกลางคืนที่นางเอกขับเครื่องบินนั้น เรายังสามารถเห็นตัวเครื่องบินที่ลอยเด่นบนท้องฟ้า โดยไม่จมเข้าไปในความมืดของฉากหลัง แบคกราวด์สีดำในฉากมืดนั้น ถือว่าให้ความเข้มของสีดำได้ค่อนข้างดี จึงขับให้ตัวเครื่องบินลอยเด่นเหมือนมีมิติขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง</p>
<p>สีสันของ 32AV600T นั้น ให้โทนสีที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ไม่สดจนเวอร์ โดยเฉพาะด้านสีผิวที่เหมือนสีผิวของคนจริงๆ ไม่ใช่สีเหลืองเหมือนเป็นดีซ่าน หรือออกชมพูอมแดงจนผิดธรรมชาติ ทั้งนี้หมายถึงการเลือกโหมดปรกติโดยไม่มีการปรับแต่งพิเศษ การชมภาพยนตร์เรื่อง Hero อาจยืนยันเรื่องนี้ได้ค่อนข้างดี ด้วยการเล่าเรื่องของจางอี้โหมวที่นำเอาสีแต่ละสีมาเป็นสื่อ สีแดงที่ร้อนแรงในฉากภาพยนตร์ไม่ได้ทำให้เรารู้สึก “ร้อนตา” จนปวดแสบ สีเขียนสดและสีฟ้าก็ทำให้ดูเย็นสบายด้วยความเป็นธรรมชาติของมัน</p>
<p>ความต่อเนื่องของภาพสำหรับเครื่องรับโทรทัศน์แบบแอลซีดีอาจเป็นปัญหาที่เราได้ยินมาไม่น้อย นั่นคือในกรณีที่มีความเคลื่อนไหวเร็วๆอย่างต่อเนื่อง ภาพที่เราเห็นมักจะเป็นหยักด้วยเพราะขาดความต่อเนื่องหรือความล่าช้าของมัน แต่สำหรับ 32AV600T แล้ว ปัญหานี้เรียกว่าสอบผ่านสบาย เพราะปัญหาที่ว่าน่าจะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงจะเหลือให้เห็นน้อยมาก แม้ว่าจะไม่เต็มร้อยก็ตาม สิ่งนี้สังเกตได้จากการชมภาพยนตร์แนวแอคชั่นอย่าง Hero ภาพยนตร์สงครามอย่าง Assemble, We are the Soldier ส่วนในเรื่อง Batman 3 นั้น น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นประสิทธิภาพด้านต่างๆของ 32AV600T ได้อย่างดี ทั้งทางด้านฉากมืด ฉากความเคลื่อนไหว</p>
<p>ช่องต่อที่ 32AV600T ให้มา นอกจาก HDMI, Component และ S-Video แล้ว เครื่องนี้ยังมีช่องต่อ D-sub 15 pin สำหรับต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่ขอแนะนำว่า ถ้าหากต้องการที่จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาต่อนั้น ไม่ขอแนะนำให้ต่อทางช่อง D-sub หรือช่อง VGA ที่เรามักเรียกกัน เหตุผลคือ การแสดงผลจะด้อยลงไปมาก ตัวหนังสือขนาดเล็กจะอ่านไม่ได้ เพราะความหยาบของภาพ แต่ถ้าจะต่อจริงๆ และสเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอำนวย ขอแนะนำให้ต่อผ่านช่อง HDMI ทั้งสองทาง เพราะการต่อผ่าน HDMI จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซัพพอร์ตนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้เอาต์เฉพาะภาพ หรือทั้งภาพและเสียงจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ การต่อผ่านช่อง HDMI นี้ สิ่งที่คุณได้ก็จะเหมือนกับจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ 32 นิ้วที่มีความคมชัดทุกกระเบียด ไม่เว้นแม้แต่เท็กซ์โหมดในระหว่างบูทเครื่อง ดังนั้น หากจะนำเอา 32AV600T ไว้ใช้เล่มเกมส์ยามว่าง ก็จะสนุกไม่น้อย หรือสำหรับนักธุรกิจ จะนำไปใช้พรีเซ็นต์งานหรือสินค้าก็เหมาะสมไม่น้อยเช่นกัน แต่ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีช่อง HDMI อย่างน้อยก็ควรต่อจากช่อง DVI ทางฝั่งคอมพิวเตอร์(ซึ่งมีมากับการ์ดแสดงผลเกือบทุกรุ่นในปัจจุบัน) และเข้าช่อง HDMI ทางฝั่ง  32AV600T ซึ่งคุณก็จะได้ภาพความละเอียดสูง 720p เช่นกัน</p>
<p>หลังจากที่ผ่านการทดสอบแล้ว ผมต้องยอมรับว่า สิ่งที่ผมประทับใจในอดีตนั้น แม้ว่าจะผ่านไปคนละยุค และผลิตภัณฑ์คนละสมัย แต่กับประสิทธิภาพและคุณภาพที่ผมได้รับก็ยังคงไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าความรู้สึกส่วนตัวที่โอนเอียง แต่ผมว่า มันอยู่ที่ตัวโตชิบาเองที่รักษาคุณภาพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยคำนึกถึงผู้บริโภคเป็นที่ตั้งมากกว่า<br />
<strong>Specifications:</strong><br />
Product Type:                             HD Ready<br />
Resolution                                    1366 x 768<br />
Dynamic Contrast Ratio         18,000 : 1<br />
Brightness                                     450 cd/m2<br />
Response  Time                           7 ms<br />
Video Processing                        10 bit<br />
3D Colour Management            Yes<br />
Intelligent Backlight Control         Yes<br />
Number of HDMI (version 1.3) input      2<br />
Power Consumption (W)         107<br />
Dimension (WxHxD) cm. without stand 78.6 x 52.5 x 8.3<br />
Dimension (WxHxD) cm. with stand 78.6 x 56.7 x 24.7<br />
Weight (Net) kg. without stand     12<br />
Weight (Net) kg. with stand         13<br />
Power consumption            144 W, 0.5 W (standby)<br />
Component Video Input terminals:<br />
(the signal format)                480i, 480p, 576i, 576p, 720p (50/60 Hz), 1080i (50/60 Hz)<br />
(These signal formats are converted to match the number of pixels of the LCD panel.)<br />
Colour system                PAL, SECAM, NTSC 3.58/4.43<br />
Aspect ratio                16 : 9<br />
Visible size (diagonal)            94.0 cm<br />
Number of pixels            1366 (H) dots x 768 (V) dots<br />
Audio power                 10 W + 10 W<br />
Speakers                Main 35 5 160 mm 2pcs.<br />
ตัวแทนจำหน่าย Toshiba (Thailand) Co., Ltd.<br />
ราคาโดยประมาณ 16,990.-บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/toshiba-32av600t/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

