<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Audio Resource Blog &#187; HTC</title>
	<atom:link href="http://www.audioresource.net/blog/tag/htc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.audioresource.net/blog</link>
	<description>The Audiophiles&#039; Resource</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jun 2011 05:20:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>HTC launches Desire &#8211; the Nexus One twins</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/htc-desire/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/htc-desire/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 10:52:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Mobile Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Android]]></category>
		<category><![CDATA[Desire]]></category>
		<category><![CDATA[Google Phone]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[Nexus One]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[HTC ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยกำหนดจะวางจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่น Desire อันถือเป็นคู่แฝดของ Nexus One ที่ผลิตให้แก่ Google เนื่องจากการรับจ้างผลิตให้กับ Google ของ HTC นั้น ทางผู้ผลิตได้สงวนสิทธิ์ในด้านการออกแบบของตัวเครื่องทั้งหมดเป็นของตนเอง ดังนั้น ส่วนประกอบตัวเครื่อง Desire ทั้งหมดก็คืออันเดียวกับของ Nexus One แต่ข่าวรายงานว่า ทาง HTC ได้ดำเนินการแก้ไขเล็กน้อยตามสไตล์ที่ตนเองต้นการ หลังจากที่เปิดตัว Nexus One ได้ไม่นาน ลูกค้าจำนวนมากอยากให้ HTC เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นอื่นที่มีอินเทอร์เฟสที่สามารถกำหนดได้ด้วยตนเองคล้ายกับ Android ของ Nexus One แต่เนื่องจาก Nexus One เป็นแบรนด์ของกูเกิล จึงกำหนดอินเทอร์เฟสตามแบบฉบับของกูเกิลโดยเฉพาะ แม้ว่าในด้านรูปลักษณ์ภายนอกของ Desire กับ Nexus One จะเหมือนกันก็ตาม แต่ในด้านของอินเทอร์เฟสกลับแตกต่างกัน โดย Desire จะใช้อินเทอร์เฟสของ Sense [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/02/xin_12202071709258283240516.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-252" title="HTC Desire Android Phone" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2010/02/xin_12202071709258283240516-300x244.jpg" alt="" width="270" height="220" /></a>HTC ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยกำหนดจะวางจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่น Desire อันถือเป็นคู่แฝดของ Nexus One ที่ผลิตให้แก่ Google เนื่องจากการรับจ้างผลิตให้กับ Google ของ HTC นั้น ทางผู้ผลิตได้สงวนสิทธิ์ในด้านการออกแบบของตัวเครื่องทั้งหมดเป็นของตนเอง ดังนั้น ส่วนประกอบตัวเครื่อง Desire ทั้งหมดก็คืออันเดียวกับของ Nexus One แต่ข่าวรายงานว่า ทาง HTC ได้ดำเนินการแก้ไขเล็กน้อยตามสไตล์ที่ตนเองต้นการ</p>
<p>หลังจากที่เปิดตัว Nexus One ได้ไม่นาน ลูกค้าจำนวนมากอยากให้ HTC เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นอื่นที่มีอินเทอร์เฟสที่สามารถกำหนดได้ด้วยตนเองคล้ายกับ Android ของ Nexus One แต่เนื่องจาก Nexus One เป็นแบรนด์ของกูเกิล จึงกำหนดอินเทอร์เฟสตามแบบฉบับของกูเกิลโดยเฉพาะ</p>
<p><span id="more-251"></span></p>
<p>แม้ว่าในด้านรูปลักษณ์ภายนอกของ Desire กับ Nexus One จะเหมือนกันก็ตาม แต่ในด้านของอินเทอร์เฟสกลับแตกต่างกัน โดย Desire จะใช้อินเทอร์เฟสของ Sense จึงมีคุณสมบัติการใช้งานของ Sense ทุกประการ<br />
สิ่งที่ Desire เหมือนกับ Nexus One คือ การใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 และใช้หน่วยประมวลผลความเร็ว 1 GHz. นอกจากนั้น โทรศัพท์รุ่นนี้ยังมีหน้าจอสัมผัสแบบ AMOLED ขนาด 3.7 นิ้ว และกล้องถ่ายรูปความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แต่จุดที่แตกต่างคือ Desire ใช้ระบบการควบคุมด้วย Optical Trackpad ส่วนของ Nexus One ใช้เป็นแบบ Trackball ธรรมดา</p>
<p>ทาง HTC กำหนดวางจำหน่าย Desire ในเดือนเมษายน ศกนี้ในตลาดยุโรปและเอเชีย ส่วนตลาดอเมริกายังไม่เป็นที่เปิดเผย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/htc-desire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ophone หาญกล้าต่อกรกับ iPhone</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/iphone-ophone/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/iphone-ophone/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 04:43:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Mobile Phone]]></category>
		<category><![CDATA[3G]]></category>
		<category><![CDATA[Dell]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[Lenovo]]></category>
		<category><![CDATA[Ophone]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด iPhone เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจึงตัดสินใจเลือกเอาผู้ให้บริการเบอร์สาม แทนที่จะเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนกับหลายๆประเทศส่วนใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตัวเต็งเบอร์หนึ่งอย่างไชน่า โมบายซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก คือมีถึง 457 ล้านคน  (มากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศถึง 7 เท่า) งานนี้ไอโฟนตัดสินใจหันไปจูบปากกับไชน่า ยูนิคอม ผู้ให้บริการเบอร์สองของจีน แต่งานนี้ไม่แน่ใจว่าจะต้องเหนื่อยเหมือนกับผู้ให้บริการบางประเทศหรือเปล่า ยิ่งปัญหาในด้านกฎหมายที่ปัจจุบันทางการจีนยังไม่อนุญาตให้ใช้ไว-ไฟ ดังนั้นไอโฟนเวอร์ชั่นที่ใช้ในจีนจึงต้องตัดฟังก์ชั่นไวไฟออก ทำให้ความน่าสนใจของไอโฟนลดน้อยลง ในขณะเดียวกัน เบอร์หนึ่งอย่างไชน่า โมบายที่ถูกปฏิเสธจากไอโฟนก็ได้ประสานมือกับผู้ผลิตมือถือร่วมกันกำหนดแพลตฟอร์มใหม่สำหรับโทรศัพท์มือถือภายในชื่อแพลตฟอร์มว่า โอโฟน (OPhone) ซึ่งออกมารองรับกับเครือข่ายของไชน่า โมบายโดยเฉพาะ นั่นคือเครือข่าย 3G TD-SCDMA ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมืองกลางปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ แพลตฟอร์มใหม่นี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิลได้อย่างดี นี่จึงเท่ากับว่า ไชน่า โมบายกำลังโดดเดี่ยวไอโฟนเพื่อไม่ให้เหลือที่วางขาในประเทศจีน งานนี้น่าติดตามครับ ใครจะใหญ่มาจากไหนไม่สำคัญ แต่อยากไปแหย่ให้มังกรดื่นก็แล้วกัน เพราะเมื่อไรที่มังกรขยับแล้ว มันจะทำให้โลกทั้งใบขยับตาม จะจริงหรือไม่กาลเวลาเท่านั้นที่บอกได้ครับ ขณะนี้ ผู้ผลิตมือถือที่ผลิตเครื่องสนับสนุนแพลตฟอร์มโอโฟนนี้ก็มี Lenovo, HiSense （海信）, LG, Philip, Dell, HTC , Samsung เป็นต้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_183" class="wp-caption alignleft" style="width: 280px"><img class="size-medium wp-image-183 " title="Lenovo OPhone" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2009/09/lenovo-o1-ophone-300x216.jpg" alt="Lenovo OPhone" width="270" height="194" /><p class="wp-caption-text">Lenovo OPhone</p></div>
<p>ผมเคยตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด iPhone เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจึงตัดสินใจเลือกเอาผู้ให้บริการเบอร์สาม แทนที่จะเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนกับหลายๆประเทศส่วนใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตัวเต็งเบอร์หนึ่งอย่างไชน่า โมบายซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก คือมีถึง 457 ล้านคน  (มากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศถึง 7 เท่า) งานนี้ไอโฟนตัดสินใจหันไปจูบปากกับไชน่า ยูนิคอม ผู้ให้บริการเบอร์สองของจีน แต่งานนี้ไม่แน่ใจว่าจะต้องเหนื่อยเหมือนกับผู้ให้บริการบางประเทศหรือเปล่า ยิ่งปัญหาในด้านกฎหมายที่ปัจจุบันทางการจีนยังไม่อนุญาตให้ใช้ไว-ไฟ ดังนั้นไอโฟนเวอร์ชั่นที่ใช้ในจีนจึงต้องตัดฟังก์ชั่นไวไฟออก ทำให้ความน่าสนใจของไอโฟนลดน้อยลง ในขณะเดียวกัน เบอร์หนึ่งอย่างไชน่า โมบายที่ถูกปฏิเสธจากไอโฟนก็ได้ประสานมือกับผู้ผลิตมือถือร่วมกันกำหนดแพลตฟอร์มใหม่สำหรับโทรศัพท์มือถือภายในชื่อแพลตฟอร์มว่า โอโฟน (OPhone) ซึ่งออกมารองรับกับเครือข่ายของไชน่า โมบายโดยเฉพาะ</p>
<p><span id="more-184"></span></p>
<p>นั่นคือเครือข่าย 3G TD-SCDMA ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมืองกลางปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ แพลตฟอร์มใหม่นี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิลได้อย่างดี นี่จึงเท่ากับว่า ไชน่า โมบายกำลังโดดเดี่ยวไอโฟนเพื่อไม่ให้เหลือที่วางขาในประเทศจีน งานนี้น่าติดตามครับ ใครจะใหญ่มาจากไหนไม่สำคัญ แต่อยากไปแหย่ให้มังกรดื่นก็แล้วกัน เพราะเมื่อไรที่มังกรขยับแล้ว มันจะทำให้โลกทั้งใบขยับตาม จะจริงหรือไม่กาลเวลาเท่านั้นที่บอกได้ครับ</p>
<p>ขณะนี้ ผู้ผลิตมือถือที่ผลิตเครื่องสนับสนุนแพลตฟอร์มโอโฟนนี้ก็มี Lenovo, HiSense （海信）, LG, Philip, Dell, HTC , Samsung เป็นต้น ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากไชน่า เทเลคอมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เจรจากับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง BlackBerry จากแคนาดา และ Palm จากอเมริกา เพื่อผลิตเครื่องลูกข่ายในแพลตฟอร์มโอโฟน สำหรับโอกาสความเป็นไปของตลาดนั้น จากการสำรวจของพอร์ททัลไซต์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนขาก Sina (www.sina.com.cn ) ผลตอบรับจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,161 คน พบว่าร้อยละ 51 ตอบว่า พวกเขาจะซื้อโทรศัพท์แพลตฟอร์มโอโฟนนี้ เนื่องจากประสิทธิภาพและแอพพลิเคชั่นการเขื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีเยี่ยม</p>
<p>ส่วนทางค่าไชน่า ยูนิคอมนั้น ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการทำตลาดไอโฟนจากแอปเปิลเป็นเวลา 3 ปี จะเริ่มเปิดจำหน่ายเครื่องไอโฟนในวันที่ 28 กันยายน ศกนี้ หลังจากที่เปิดให้บริการเครือข่าย 3G ใน 285 เมืองของจีนแล้ว สำหรับยอดขายจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้น ทาง Piper Jaffray บริษัทสำรวจตลาดแจ้งว่า ในปีหน้าที่จะถึงนี้ ยอดขายน่าจะอยู่ที่ 3 ล้านเครื่อง</p>
<p>สำหรับราคาค่าเครื่องและค่าบริการในจีนนั้น ราคาเครื่องรุ่น 16 GB. 2999 หยวนต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้าอีก 3000 หยวน (เบ็ดเสร็จคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 30,000 บาท) หรือจะเลือกจ่ายเป็นรายเดือนก็ได้ โดยต้องผูกสัญญาสองปี ในราคาค่าบริการเดือนละ 159 หยวน (คิดแล้วก็เท่ากับผ่อนจ่าย 3,000 หยวนโดยบวกดอกเบี้ยอีก 27%) สรุปแล้วการกำหนดราคาของไอโฟนทั่วโลกเกือบจะไม่แตกต่าง เพียงแต่จะเล่นแร่แปรธาตุอย่างไรเท่านั้นเอง</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.thaichinese.net/thaichineseblog/iphone-ophone/" target="_blank">ThaiChinese Blog</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/iphone-ophone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Atec Digital Home Theater</title>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/atec-digital-home-theater/</link>
		<comments>http://www.audioresource.net/blog/atec-digital-home-theater/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Dec 2008 13:40:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Test Report]]></category>
		<category><![CDATA[ATEC]]></category>
		<category><![CDATA[home theater]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[multimedia PC]]></category>
		<category><![CDATA[Winodws]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.audioresource.net/blog/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[ตอนแรกที่ทราบข่าวจะให้ทดสอบ Digital Home Theater นั้น ก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าจะเป็นประเภทชุดโฮมเธียเตอร์ประเภท “ทุกอย่างในกล่องเดียว” หรือ Home Theater in a box แต่พอขอส่งมาถึงมือถึงรู้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภท Home Entertainment PC ยี่ห้อเอเทค แกะกล่องแกะเครื่อง เมื่อเห็นยี่ห้อเอเทคแล้ว นึกเดาในใจว่า คงจะต้องเป็นเครื่องพีซีที่ใช้มันสมอง (ซ๊พียู) เป็นของเอเอ็มดี (AMD)เป็นแน่แท้ ก็จัดแจงขอแกะกล่อง แล้วรื้อเครื่องออกมาดูก่อน ก็เป็นไปดังคาด เนื่องจากเอเทคได้วางตัวเองเป็นผู้จำหน่ายเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียูเอเอ็มดีโดยเฉพาะรายเดียวในเมืองไทย ไม่ใช่ว่าซีพียูของ เอเอ็มดีจะไม่ดี ความจริงในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพนั้นเป็นมวยประกบคู่กับอินเทลได้อย่างคู่คี่สูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ที่ต้องนำเรื่องนี้มากล่าวเนื่องจากในช่วงต้นของซีพียูเอเอ็มดี โดยเฉพาะในยุคที่ใช้ฟอร์แมตซอคเก็ตเอ (423 ขา) นั้น ประสิทธิภาพของซีพียูในช่วงนั้น อย่างรุ่นแอธลอน (Athlon) และ ดูรอน (Duron) เรียกกว่ากินขาดในด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกระแสการโอเวอร์คลอคที่ส่งผลให้ซีพียูของเอเอ็มดีเป็นที่นิยมของหมู่นักเล่นคอมมือซนทั้งหลาย แต่จุดอ่อนของมันคือด้านความร้อน และผมเองก็มีประสบการณ์ที่เลวร้ายกับแอธลอน ที่ครั้งหนึ่งลืมใส่พัดลมซีพียูก็เปิดเครื่อง ปรากฏว่า ไม่ถึงสามวินาที ควันขึ้นทันที ทำให้เข็ดขยาดไปพักใหญ่ แต่ก็เหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-medium wp-image-5" title="ATEC Digital Home Theater" src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2008/12/pic_dhts2-300x157.jpg" mce_src="http://www.audioresource.net/blog/wp-content/uploads/2008/12/pic_dhts2-300x157.jpg" alt="ATEC Digital Home Theater" width="300" height="157">ตอนแรกที่ทราบข่าวจะให้ทดสอบ Digital Home Theater นั้น ก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าจะเป็นประเภทชุดโฮมเธียเตอร์ประเภท “ทุกอย่างในกล่องเดียว” หรือ Home Theater in a box แต่พอขอส่งมาถึงมือถึงรู้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ประเภท Home Entertainment PC ยี่ห้อเอเทค<br />
แกะกล่องแกะเครื่อง<br />
เมื่อเห็นยี่ห้อเอเทคแล้ว นึกเดาในใจว่า คงจะต้องเป็นเครื่องพีซีที่ใช้มันสมอง (ซ๊พียู) เป็นของเอเอ็มดี (AMD)เป็นแน่แท้ ก็จัดแจงขอแกะกล่อง แล้วรื้อเครื่องออกมาดูก่อน ก็เป็นไปดังคาด เนื่องจากเอเทคได้วางตัวเองเป็นผู้จำหน่ายเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียูเอเอ็มดีโดยเฉพาะรายเดียวในเมืองไทย ไม่ใช่ว่าซีพียูของ</p>
<p><img src="http://www.audioresource.net/blog/wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" mce_src="http://www.audioresource.net/blog/wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" alt="" class="mceWPmore mceItemNoResize" title="More..."></p>
<p>เอเอ็มดีจะไม่ดี ความจริงในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพนั้นเป็นมวยประกบคู่กับอินเทลได้อย่างคู่คี่สูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ที่ต้องนำเรื่องนี้มากล่าวเนื่องจากในช่วงต้นของซีพียูเอเอ็มดี โดยเฉพาะในยุคที่ใช้ฟอร์แมตซอคเก็ตเอ (423 ขา) นั้น ประสิทธิภาพของซีพียูในช่วงนั้น อย่างรุ่นแอธลอน (Athlon) และ ดูรอน (Duron) เรียกกว่ากินขาดในด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกระแสการโอเวอร์คลอคที่ส่งผลให้ซีพียูของเอเอ็มดีเป็นที่นิยมของหมู่นักเล่นคอมมือซนทั้งหลาย แต่จุดอ่อนของมันคือด้านความร้อน และผมเองก็มีประสบการณ์ที่เลวร้ายกับแอธลอน ที่ครั้งหนึ่งลืมใส่พัดลมซีพียูก็เปิดเครื่อง ปรากฏว่า ไม่ถึงสามวินาที ควันขึ้นทันที ทำให้เข็ดขยาดไปพักใหญ่ แต่ก็เหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อน ตอนซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องแรก ก็ซื้อเครื่องที่ใช้ซีพียูเอเอ็มดี แอธลอนอีก กลายเป็นผิดหวังซ้ำสอง เนื่องจากตัวเครื่องร้อนมา ภาษาฝรั่งเรียกเครื่องแลปท็อปหรือวางตัก แต่พอใช้งานจริงบนตัก เจ้าน้องชาย “ปิ๊กกะจู้” แทบจะสุกเป็นนกย่างเอา และแบตเตอรี่ก็หมดอย่างรวดเร็วไม่เกินครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่นั้นมา ก็เลยแทบจะไม่ข้องแวะกับซีพียูยี่ห้อนี้อีกเลย<br />
พอแกะเครื่องออกมาแล้ว คิดในใจว่า เอามาดุหนังจะเหมาะหรือ&#8230;.น่ากลัวจะกลายเป็นนำเอาโรงสีมาไว้ในบ้านเสียมากกว่า ด้วยจำนวนพัดลมระบายความร้อนถึงสามตัว คือที่ซีพียูจะเป็นพัดลมตัวเขื่องหนึ่งตัว ที่เพาเวอร์ซัพพลายหนึ่งตัว ด้านข้างเคสตรงติดกับเพาเวอร์ซัพพลายอีกหนึ่งตัว มันคงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอย่างแน่นอน แต่พอเปิดเครื่องจริงเข้า ทำให้ผมต้องละทิ้งความคิดเช่นนั้นทิ้งทั้งหมด แล้วต้องเริ่มต้นมานั่งพินิจพิเคราะห์กันด้วยทัศนะใหม่ เพราะมันแทบไม่น่าเชื่อเลย อย่าว่าแต่จะไม่ได้ยินเสียงโรงสีเท่านั้น มันกลับเงียบกริบอย่างเหลือเชื่อ!<br />
เครื่องดิจิตอล โฮมเธียเตอร์เครื่องนี้ทางเอเทคใช้ฐานจากเครื่องแบร์โบน (เครื่องเปล่า) ของ Gigabyte ใช้เมนบอร์ดรุ่น GA-MA78GM-S2H ซึ่งเป็นบอร์ดที่รองรับซีพียูเอเอ็มดี ได้ตั้งแต่รุ่นต่ำสู่ Sempron จนถึงรุ่น Phenom FX ใช้เทคโนโลยีการส่งข้อมูลสู่ซีพียูแบบ Hyper Transport Bus เพื่อความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพื่อนำไปประมวล ตัวชิปเซ็ตเป็นของเอเอ็มดีล้วนๆ โดยใช้ 780G สำหรับ North Bridge และ SB700 สำหรับ South Bridge หน่วยความจำแบบ DDR2 Dual channel ได้ทั้งความเร็ว 667/800/1066&nbsp; MHz.รองรับได้สูงสุดถึง 16 GB. (ทั้งนี้จะใส่แรมความเร็วขนาดไหน หรือใส่ได้สูงสุดกี่ GB. นั้นขึ้นอยู่กับซีพียูที่ใช้ และระบบปฏิบัติการ เช่นวินโดว์ เอ็กซ์พีจะรองรับหน่วยความจำได้สูงสุดเพียง 4 GB.)<br />
ส่วนตัวที่สำคัญที่สุดสำหรับการนำมาใช้เป็นเครื่องชมภาพยนตร์นั้น ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสองตัวคือ ตัวกราฟฟิกการ์ด ซึ่งใช้ GPU ของ&nbsp; ATI Radeon HD3200+ATI Hybrid Graphics ซึ่งเป็นกราฟฟิกการ์ดที่รองรับการชมภาพยนตร์แบบความระเอียดสูง (HD) ได้อย่างราบรื่น และชัดเจนสวยงาม เนื่องด้วยทางเอเอ็มดีได้ใช้เทคโนโลยี&nbsp; ATI Avivo และ ATI Hybrid Graphics Technology and AMD UVD (Unified Video Decoder)&nbsp; ในการถอดรหัส จึงทำให้กราฟฟิกออนบอร์ดนี้มีพลังอย่างเหลือเฟือง แต่ถ้าหากยังไม่สะใจพอ บนบอร์ดยังมีช่องเสียบสำหรับกราฟฟิกการ์ด แบบ PCI Express 2 มาให้ แม้จะเป็นกราฟฟิกออนบอร์ดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หน่อมแน๋มเหมือนที่เราเคยเห็นมา เพราะ HD3200 ตัวนี้ใช้การถอดรหัสในระดับฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ที่ด้อยคุณภาพและกินแรงเครื่อง ส่วนในด้านเสียงนั้น ใช้ชิปของ Realtek ALC889A codec ที่สนับสนุนระบบเสียงแบบ High Definition Audio 2/4/5.1/7.1 channel สนับสนุนระบบเสียง DTS, S/PDIF In/Out, และที่ขาดเสียไม่ได้สำหรับการเล่น High Definition ก็คือ ช่องต่อ HDMI 1.3 ซึ่งก็ได้ให้มาด้วย ซึ่งสามารถส่งถ่ายข้อมูลทั้งภาพและเสียงคุณภาพสูงด้วยอัตราแบนด์วิธ 5 Gb/วินาที และสนับสนุน HDCP (High-bandwidth Digital Content Protection) ดังนั้น หากใครจะนำเครื่องนี้มาเล่นซอฟต์แวร์ประเภท Blu-ray/HD-DVD แล้ว ก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว<br />
SOFT TEST<br />
เครื่องที่ได้รับมาทดสอบนั้น ติดตั้งซีพียู AMD Athlon X2 Dual-core&nbsp; หน่วยความจำเป็น DDR2 ความเร็ว 667 MHz.จำนวนสองแถวๆละ 512 MB. เพื่อใช้ประสิทธิภาพของ Dual Channel (เรื่องนี้ต้องระวังเวลาจะเพิ่มแรม การใส่แรมเพียงแถวเดียวแม้จะมีหน่วยความจำสูงกว่าก็อาจสู้จำนวนที่น้อยกว่าแต่ใช้แบบ Dual Channel ไม่ได้) ฮาร์ดดิสค์ 500 GB. ความจุเหลือเฟือง เครื่องเล่น DVD Writer ของซัมซุง ช่องต่อต่างๆส่วนใหญ่อยู่ด้านหลังเครื่อง เช่น USB, Blue-tooth, HDMI,&nbsp; IEEE1394 FireWire สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ AV อื่น, Gigabit LAN, ช่อง Audio-out สำหรับลำโพง Multimedia 5.1 Channels, S/PDIF, ช่องต่อจอภาพแบบ D-Sub, DVI ส่วนด้านหน้าแผงหน้าปัดจะทำดูเหมือนกับเครื่องเสียงบ้านทั่วไป โดยมีหน้ากากสีดำพร้อมปุ่มเพาเวอร์ และกดปุ่มเปิดถาดดีวีดี และยังติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดเมโมรี่แบบต่างๆ และช่อง Audio-out ด้านหน้า ทำให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ตัวเครื่องยังมาพร้อมคีย์บอร์ดไร้สาย และรีโมทไร้สายแบบเคลื่อนวิทยุ ทำให้ไม่ต้องจ่อยิงให้ตรงช่อง และไม่ต้องห่วงจะมีอะไรมาบังช่องรับ และยังสามารถใช้ได้ในรัศมี 10 เมตร ตัวคีย์บอร์ดมีแทรคบอลในตัวจับกระชับใช้งานง่ายและคล่อง ใช้แบตเตอรี่ขนาด AA 4 ก้อน (เนื่องจากเน้นกะทัดรัดแบบเคลื่อนย้าย จึงไม่มีแป้นตัวเลขแยกต่างหากเหมือนกับคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊ก) ส่วนตัวรีโมทนั้นจับกระชับด้วยยางแบบกันลื่น มีปุ่มฟังก์ชั่นด้านมัลติมีเดียครบครันที่อรองรับกับวินโดว์วิสต้า เช่นปุ่มเล่นทีวี (ไม่ได้ติดตั้งมาด้วย) ปุ่มบันทึกรายการทีวี ปุ่มเล่นวีดีโอ ปุ่มเล่นดีวีดี ปุ่มดูไฟล์ภาพ ปุ่มปรับเสียง เปลี่ยนช่องทีวี เป็นต้น<br />
การทดสอบเริ่มต้นด้วยแผ่นดีวีดีเรื่อง The Warlords – Special Edition โดยต่อระบบเสียงผ่านสายดิจิตอลผ่านช่อง S/PDIF เข้า AV Receiver ระบบเสียง DTS 6.1 ที่ได้ค่อนข้างสมจริงและบรรยากาศการโอบล้อมค่อนข้างดี ซึ่งแน่นอนว่า อาจได้เปรียบกว่าการใช้ลำโพงมัลติมีเดียชุดเล็กที่ต่อแบบ 5.1 ผ่านช่อง Audio-out ส่วนด้านภาพนั้น ต้องขอบอกว่า “เยี่ยมเลย” สีสันสดเต็มอิ่ม และที่สำคัญภาพเคลื่อนไหวที่ถือว่าไหลลื่นดีมาก ที่จะขาดอยู่อย่างก็คือฉากมืดที่ไม่ดำมืดสนิท แต่ทั้งนี้คงเป็นธรรมชาติของจอ LCD มากกว่า จุดที่จะไม่สะดวกเมื่อเทียบกับการเล่นชุดโฮมเธียเตอร์ปรกติก็คือ การเปลี่ยนระบบเสียง ภาษาพูดและคำบรรยายในระหว่างเล่น เพราะจะต้องเข้าเมนูของ Windows Media Player มิเช่นนั้น ตอนเริ่มต้นเล่นก็ต้องเลือกแล้วเลือกเลย<br />
คราวนี้เล่นเล่นภาพยนตร์ที่โหลดมาไว้ใน USB Drive เรื่อง Iced Age ภาคแรกที่ความละเอียด 720P แม้จะเล่นจากยูเอสบีไดร์ฟเลย ก็ไม่ปรากฏอากาศสะดุดให้เห็น รายละเอียดของเจ้าตัวแมมมอธ และผองเพื่อนชัดเจนในทุกรายละเอียด จากนั้นขอขยับขั้นไปเล่นความละเอียด 1080P บ้าง ในภาพยนตร์เรื่อง War ของดาราหนุ่มฮ่องกง Jet Li โอ้หล่าล่า สีสันและรายละเอียดดีอย่างเหลือเชื่อสำหรับเครื่องเล่นระดับราคาสองหมื่นกว่าบาท จนผมเกรงว่า หลังจากได้ชมความละเอียดระดับนี้ไประยะหนึ่งแล้ว อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อเครื่องเก่าๆที่มีอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตสำหรับการเล่นภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ ซึ่งเป็นไฟล์ที่แปลงมา อย่างเรื่องหลังระบุชัดเจนว่ามาจาก Blu-ray 1080P ทีนี้ การแปลงในลักษณะนี้ จะได้ระบบเสียงสมบูรณ์ครบถ้วนมาด้วยหรือไม่ก็ยังเป็นคำถามคาใจ เพราะถามผู้นิยมไฮเดฟหลายคนตอบเหมือนกันว่า เน้นภาพมากกว่าเน้นเสียงสำหรับคนที่เล่นจากคอมฯ ส่วนข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งคือ หากแปลงมาทุกบิตโดยไม่ตกหล่น ปัญหาก็มาจากตัวอุปกรณ์แล้ว เนื่องจากจะต้องต่อผ่ายช่อง HDMI และมีเครื่องถอดรหัส เช่น AV Receiver ที่รองรับด้วย ถึงจะเล่นแผ่นจาก Blu-ray/HD-DVD ได้โดยตรง และระบบเสียงไฮเดฟ (ข้อสังเกตอีกประเด็นคืน ไฟล์แปลงมาเป็นรูปแบบ MKVซึ่ง Media Player ไม่ซัพพอร์ต ผมทดสอบโดยการใช้โปรแกรม Storm ซึ่งอาจขาดความเด่นด้านการทอดรหัสเสียง เมื่อเทียบกับ Power DVD ก็ได้)<br />
ส่วนการเล่นไฟล์เพลงอย่างประเภทเอ็มพี3 ก็ให้รายละเอียดค่อนข้างดี เนื่องจากประสิทธิภาพของตัวชิปเสียงของเรียลเทค ที่สามารถถอดรหัสไฟล์เสียงที่บิตเรตสูงๆได้ดี ทำให้การฟังเพลงจากเอ็มพี3 ได้มิติ มีตัวมีตน และทรวดทรงมากขึ้นกว่าที่เคยฟังๆมาประเภทเอาดังอย่างเดียว<br />
ข้อสังเกต<br />
เนื่องจากเครื่องที่ให้มาทดสอบนี้ ติดตั้งหน่วยความจำแบบความ 667 ในขณะที่ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้หน่วยความจำความเร็ว 800 ขึ้นไปจึงสามารถรองรับการเล่นแผ่น Blu-ray/HD-DVD อาจด้วยจุดนี้ จึงติดตั้ง DVD-Writer มาให้ แทนที่จะเป็น Blu-ray Player จึงอาจกล่าวได้ว่า เครื่องรุ่นนี้วางตำแหน่งสำหรับนักเล่นรุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาเล่นไฮเดฟ ส่วนใครที่ต้องการจะใส่กราฟฟิกการ์ดต่างหาก คงต้องพิจารณาเรื่องกำลังไฟด้วย เนื่องจากตัวที่ติดตั้งมาให้จะรองรับอุปกรณ์ออนบอร์ดอย่างพอดี ส่วนใครจะติดตั้งอะไรนอกเหนือจากนี้ ขอให้อัพเกรดเพาเวอร์ซัพพลายให้เป็นขนาด 400W ขึ้นไป (ขอย้ำว่าต้องเป็นวัตต์แท้ ส่วนที่วางขายกันทั่วไปประเภทลูกละไม่กี่ร้อยบาทนั้น ขอให้หาร 3 หรือ 4 นั่นคือวัตต์ที่แท้จริง)<br />
บทสรุป<br />
คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ด้วยราคาประมาณ 26,800 บาท (เฉพาะตัวเครื่องไม่รวมจอ?) ที่ได้คุณสมบัติที่ครบถ้วนด้วยการใช้งานด้านโปรแกรมประยุกต์ทั่วไปที่เกินพอดีแล้ว ยังได้เครื่องเสียงที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถดูหนังระดับไฮเดฟอย่างแท้จริง และฟังเพลงที่มีคุณภาพ มันจึงเป็นเครื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่<br />
ราคาขาย 26,800 บาท<br />
ตัวแทนจำหน่าย เอเทคคอมพิวเตอร์ จำกัด โทร. 02-612-1100</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.audioresource.net/blog/atec-digital-home-theater/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

