หากเราสังเกตผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นอุตสาหกรรมที่เริ่มต้นจากหัวคิดและเรี่ยวแรงของคนรุ่นใหม่ ด้วยความชอบส่วนตัวเป็นทุนเดิม และบริษัทเหล่านี้มักจะมีอายุอยู่ในช่วงหนึ่งถึงสองทศวรรษโดยประมาณ ส่วนประเภทที่อยู่ยงคงกระพันมาถึงครึ่งค่อนศตวรรษนั้น นับวันยิ่งจะหายากเข้าไปทุกที ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้ผู้ผลิตบางรายปรับตัวไม่ทันโดยเฉพาะรายที่เกิดมาในยุคของอะนาล็อก เมื่อปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิตอล มันเหมือนกับคลื่นสึนามิที่ถาโถมแบบยังไม่ทันตั้งตัว เลยต้องจมหายไปกับกระแสคลื่นเทคโนโลยีไปไม่น้อย
สำหรับบริษัท Stanton Magnetics จากแดนลุงแซม สหรัฐอเมริกานั้น กลับสามารถฟันฝ่าและยืนหยัดมาได้อย่างเข้มแข็งถึงทุกวันนี้ โดยบริษัทดังกล่าวก่อนตั้งมาตั้งแต่ปี 1946 หรือ 64 ปีที่แล้ว หรือ 47 ปีหลังจากที่เอดิสันผลิตเครื่องเล่นจานเสียงแบบไขลานหรือ phonograph เครื่องแรกของโลก (ปี 1899) โดย Stanton มุ่งไปในด้านการออกแบบและผลิตเครื่องเสียงมืออาชีพสำหรับใช้ในไนต์คลับ และสำหรับดีเจ โดยมีตัวสินค้าเด่นคือตัวเทิร์นเทเบิล (Turntable) ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงสินค้าประเภทอื่นๆด้วย เช่นเครื่องมิกซ์เสียง เครื่องเล่นเทป เครื่องเล่นซีดี และ FinalScratch อุปกรณ์สำหรับดีเจโดยเฉพาะ
แม้ว่ากระแสของดิจิตอลจะเข้ามาแทนที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมเครื่องเสียง แต่เครื่องเล่นแผ่นเสียงก็ยังคงมีการผลิตและวางจำหน่ายจนถึงทุกวันนี้ เพราะมันกลายเป็นอุปกรณ์สำหรับออดิโอไฟล์กลุ่มหนึ่งที่ยังคงชื่นชอบเสียงในแบบอะนาล็อก ซึ่งถือว่ามีความนุ่มนวลและคุณภาพเสียงดีกว่าซึ่งกลุ่มนี้ยังคงเกาะติดเครื่องเล่นเทิร์นเทเบิลระดับไฮเอ็นด์อย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เคยเล่นแผ่นเสียงในอดีตอาจโรยแรงไม่อยากตามต่อ แต่ยังคงมีแผ่นเสียงในคอลลเลคชั่นที่สะสมไว้จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในอัลบั้มที่หายากหรือเลิกผลิตไปแล้ว
Stanton T.92 USB Turntable น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับกลุ่มหลังนี้ โดย T.92 จะเป็นรุ่นท็อปหนึ่งในสองรุ่นที่ต่อกับ USB เมื่อเห็นพ็อต USB ซึ่งเป็นพ็อตเชื่อมต่อสำหรับสื่อดิจิตอลอาจรู้สึกขัดๆเมื่อไปอยู่กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งเป็นสื่อประเภทอะนาล็อก แต่มันคือการผสมผสานเทคโนโลยีที่ลงตัวระหว่างดิจิตอลกับอะนาล็อก และความเป็นเครื่องระดับมืออาชีพกับผู้ใช้มือใหม่ เนื่องจากโครงสร้างการออกแบบของ Stanton T.92 USB Turntable ตัวนี้ไม่ได้ละเลยคุณสมบัติของเครื่องเล่นแผ่นเสียงมืออาชีพเลย เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องที่ตอนแรกผมคิดว่าคงมีน้ำหนักเบาเหมือนกับเครื่องเทิร์นเทเบิล ยูเอสบีทั่วไป แต่เครื่องนี้กลับออกแบบแน่นหนา มั่นคง นอกจากน้ำหนักที่มากเพื่อความมั่นคงแล้ว ขารองเครื่องทั้งสี่มุมยังออกแบบให้ใช้สปริงเพื่อป้องกันการสั่นไหวได้อย่างดี ส่วนตัวมอเตอร์ขับเคลื่อนจานนั้นระบบขับเคลื่อนโดยตรง (Direct-drive system) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 8 ขั้ว แบ่งเป็น 3 เฟส รองรับความเร็วรอบของแผ่นสามระดับ คือ 33 ½ รอบ 45 รอบ และ 78 รอบ โดยปุ่มควบคุมทั้งหมดเข้าใจง่ายและชัดเจน ทั้งการเลือกความเร็วรอบ ปุ่มควบคุมกระแสไฟ ปุ่มควบคุมการหมุนของมอเตอร์ และปุ่มควบคุมเล่นหรือหยุดเล่นแผ่น
ตัวโทนอาร์ม (Tone Arm) นั้น ได้รับการออกแบบเป็นลักษณะตัวอักษร “S” เพื่อลดความคลาดเคลื่อน (distortion) ของเสียง และลดความสึกกร่อนบนแผ่นเสียง ตรงท้ายของโทนอาร์มสามารถที่จะปรับแรงกดทับ (pressure) ของเข็มบนแผ่นได้ ซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้ นอกจากนั้น ยังมีปุ่ม Anti-skating โดยจะทำหน้าที่ให้เข็มคงอยู่ในร่องเมื่อเล่นแผ่นเสียงจนจบแผ่นแล้ว ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้หาไม่ได้ในเครื่องเทิร์นเทเบิลยูเอสบีทั่วไป
จุดสุดท้ายที่สำคัญจะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ จุดเชื่อมต่อ โดย Stanton T.92 USB Turntable จะมีช่องต่อ RCA 1 ชุด ช่องต่อยูเอสบี พร้อมสายยูเอสบีชุบทองอย่างดี 1 เส้น ช่องต่อดิจิตอล และสวิตฃ์ปรับระหว่างการต่อเข้ากับ phono หรือ line ซึ่งจะต้องปรับให้ถูกต้องกับการต่อของเรา
The Wave Test
ก่อนอื่นขอทดสอบฟังก์ชั่นอันถือเป็นคุณสมบัติดั้งเดิมของเทิร์นเทเบิล คือ การใช้ฟังเพลงจากแผ่นเสียง หลังจากที่ต่อสายและปรับปุ่มต่างๆถูกต้องทุกอย่าง ก็ลองเอาแผ่นเสียงที่ทั้งหมดมาในสปีต 33 รอบครึ่งที่มีอายุตั้งแต่นักร้องยุคคุณย่าจนถึงคุณน้อง อย่างเช่น เพลง Whatever will be, will be ที่กำลังโด่งดังจากโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง โดยครั้งนี้ฟังจากแผ่นเสียงต้นฉบับของ Doris Day จากค่าย CBS ความเป็นระบบเสียงสเตริโอในอดีตที่ยังไม่มี “สิ่งเจือปน” จากระบบดิจิตอลกลับทำให้ผมมีความรู้สึกเพลงที่มีความเป็นดนตรี ความเป็นธรรมชาติและความอบอุ่นของเสียงร้อง ความพลิ้วไหวที่ไหลลื่นของตัวโน้ตได้ดีกว่าผลงานเพลงที่ผลิตใหม่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเภทที่ปรุงแต่งเสียงจนเวอร์นั้น จะหาไม่ได้ในแผ่นไวนิลเหล่านี้ จุดหนึ่งที่ชอบมากๆคือ แผ่นที่บันทึกเสียงมาดีๆ อย่างแผ่นที่ผมนำมาทดสอบที่ผลิตจากอเมริกา ญี่ปุ่น และฮ่องกง ด้านซาวด์สเตจนั้นดีมากๆ อย่างแผ่นของจางหยีเหวิน ที่ผลิตโดย MAYAR ฮ่องกง ยิ่งเพลงจีนในยุคนั้นจะประกอบด้วยเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น นอกจากกลองชุดแล้ว ก็จะมีเครื่องสาย กีต้าร์กับเบสอย่างละตัว กับเครื่องเป่าอีก 1-2 ชิ้น ถือเป็นความสุนทรีอันอบอุ่นที่ไม่อาจหาได้จากแผ่นซีดีในปัจจุบัน
สำหรับในด้านคุณสมบัติการบันทึกเสียงนั้น ถือเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งที่ทาง Stanton ผลิตเทิร์นเทเบิลยูเอสบีออกมา เพื่อให้คนที่เคยเล่นแผ่นเสียงในอดีต หรือที่ยังเล่นอยู่ต้องการบันทึกอัลบั้มแผ่นโปรดของตัวเองไว้ในฟอร์ตแมตดิจิตอลบนแผ่นซีดี ซึ่งขั้นตอนการบันทึกก็ไม่ได้ยุ่งยาก เนื่องจากทาง Stanton ได้ให้โปรแกรม Cakewalk Pyro Audio Creator จากค่าย Cakewalk ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับนักดนตรีทั้งหลายใช้ในการบันทึก ตัดต่อและปรุงแต่งเสียงที่มีชื่อเสียงมานมนาน แต่น่าเสียงดายที่เวอร์ชั่นที่แถมมานี้ ไม่มีรหัสให้ลงทะเบียน จึงให้ใช้งานได้ 30 วัน ส่วนจะมีการล็อกฟังก์ชั่นการทำงานด้วยหรือเปล่านั้นผมไม่แน่ใจ เนื่องจากของผมที่ใช้อยู่มีการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเราสามารถหาทางเลือกอื่น โดยใช้โปรแกรมโอเพ่นซอร์สอย่าง Audacity ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานใกล้เคียงกัน แต่ถูกต้องไม่ต้องห่วงเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากที่ติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ตัวโปรแกรมจะตรวจสอบซาวด์การ์ดของเราว่าสามารถรองรับระดับความถี่ในย่านไหนได้บ้าง ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้อยู่ไม่มีปัญหาครับ ผ่านทุกย่าน จากนั้นเลยนำเอาแผ่นเสียงของถงลี่ (Tong Li) นักร้องสาวเสียงหวานยอดนิยม ซึ่งเป็นแผ่นที่ผลิตจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และตัวมาสเตอร์ผลิตจากเยอรมัน จึงถือเป็นระบบการบันทึกเสียงที่ทันสมัยที่สุด และคุณภาพดีที่สุดในบรรดาแผ่นที่นำมาทดสอบครั้งนี้
แน่นอนว่า การบันทึกเสียงจากแผ่นเสียงลงคอมพิวเตอร์นั้น จุดเชื่อมหลักก็คือยูเอสบี โดยผมจะทำการบันทึกทีละด้านจนครบทั้งสองด้านของแผ่นเสียงแล้ว ถึงทำการแยกแทรคด้วยโปรแกรมอีกที ส่วนใครขี้เกียจแยกแทรคทีหลังก็สามารถหยุดในแต่ละแทรคที่บันทึกก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากในระหว่างทำการบันทึกก็คือ กระแสไฟต้องไม่กระชัก และตัวคอมพิวเตอร์จะต้องไม่เปิดโปรแกรมใดๆ เพราะบางครั้งการคลิกจะเกิดเสียงแทรกเข้าไป หรือหากหน่วยความจำไม่เพียงพอ การโหลดโปรแกรมระหว่างบันทึกก็จะทำให้สะดุดเนื่องจากถูกแย่งหน่วยความจำไปใช้ สำหรับเสียงแทรกนั้น สามารถใช้โปรแกรมอีดีตตัดออกได้ไม่ยากนัก การบันทึกเสียงจากเทิร์นเทเบิลสามารถเลือกได้เพียงสองฟอร์มแมตคือ wave กับ mp3 ส่วนความถี่และบิตเรตก็อยู่ที่เราเลือก เมื่อได้ “ล้างทำความสะอาด” เสียงที่บันทึกจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว หากใช้โปรแกรมของ Cakewalk ก็สามารถไรท์ใส่แผ่นซีดีได้เลย ส่วน Audacity เนื่องจากเป็นโปรแกรมฟรี จึงต้องหาโปรแกรมไรท์แผ่นมาใช้ต่างหาก
สำหรับแผ่นซีดีที่ผมสร้างเองจากแผ่นเสียงของถงลี่นั้น เนื่องจากเวลาอันจำกัด จึงทำการ “ล้างชำระ” อย่างลวกๆหลังการบันทึกเสร็จ ส่วนด้านเสียงนั้น จะไม่ไปปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าพอใจ มีความเป็นอะนาล็อกในระดับที่ค่อนข้างดี สำหรับตัวไฟล์ที่บันทึกไว้ ผมเซฟไว้เป็น “โปรเจ็กไฟล์” เพื่อหาเวลาว่างๆทำการอีดิตใหม่ให้เนี๊ยบกว่านี้ และที่สำคัญเราสามารถนำเอาไฟล์โปรเจ็กนี้ไปใช้ระหว่าง Cakewalk และ Audacity ได้โดยไม่ต้องบันทึกใหม่
สำหรับ Stanton T.92 USB Turntable ถือว่าเหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มหันมาเล่นเทิร์นเทเบิล และคนที่ได้หันหลังไปแล้ว แต่ยังมีแผ่นเสียงในมืออยู่ หรือคุณอาจเป็นดีเจวัยรุ่น โดยเฉพาะราคาค่างวดเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ให้มาแบบไม่เกรงใจคู่แข่ง เพราะมีอย่างที่ไหน ด้วยราคาระดับมือสมัครเล่น แต่ให้ประสิทธิภาพแบบมืออาชีพ จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีและนักเล่นเครื่องเสียงสองขั้วได้ลงตัวอย่างดียิ่ง
Stanton T.92 USB Turntable Specifications:
| Turntable Section | Measurement |
| Frequency Response | 30 Hz to 20 kHz +1/- 2 dB/ RIAA filter |
| THD+N | < 0.03% at 1 kHz |
| S/N Ratio: Line | <-65 dB |
| Digital Output (SPDIF) | 0.5Vp-p (Load 75 ohms) |
| Type | 3-speed full manual |
| Motor | 8 pole, 3 phase, brushless DC motor |
| Speeds | 33 1/3 and 45rpm and 78 rpm |
| Wow and Flutter | Less than 0.15% WRMS (JIS WTD) with 33 1/3 rpm |
| Pitch Controls | +/- 8%, +/-12% |
| Starting Torque | More than 1.6 kgf.cm |
| Starting Time | Less than 1 sec with 33 1/3 rpm |
| Braking Time | Less than 1 sec with 33 1/3 rpm |
| Braking System | Electronic Brake |
| Time for Speed Change | Less than 1 sec with 33 1/3 rpm Less than 1 sec from 45 to 33 1/3 rpm Less than 1 sec from 33 1/3 to 78 rpm |
| Audio Output | Phono/Line output |
| USB Functiion | A/D,D/A 16BIT 44.1KHz or 48KHz USB SELECTABLE Computer interface: USB 1.1 compliant, WINDOWS XP or Mac OSX |
| Tone Arm Section | Measurement |
| Tone arm type | Static balanced S-Shape tonearm for lower distortion and reduced record-ware |
| Effective Arm Length | 230.5mm |
| Tracking Force Range | 0-3g |
| Applicable Cartridge Weight | 3-4g |
Distributor: Modern System (Thailand) Co. Ltd. Tel: 622-735 5988-89
Price: 10,900 baht
































































No Comment Received
Leave A Reply