Philips GoGear SA5225 ที่ออกแบบเป็น Bar type หรือแบบแท่ง ที่มีรูปทรงเรียบง่ายสวยงาม ตัวเครื่องบนล่างสีดำแลดูสุขุม เคร่งขรึม ตัดกับสีโครเมียมตรงขอบ ลดความแข็งลง แต่เสริมความทันสมัยและคงไว้ซึ่งความแข็งแรง พร้อมตัวหนังสือ Philips สีเงินด้านล่าง ที่เปลี่ยนสีตามมุมสะท้อน อันเป็นการบ่งบอกชาติตระกูลของมัน
ภายในกล่องบรรจุ นอกจากตัวเครื่องเล่น Philips GoGear SA5225 แล้ว ยังมาพร้อมคู่มือเล่นหนาพอประมาณ ไม่ต้องห่วงว่าจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะสไตล์สินค้าฝรั่งนั้น คู่มือเป็นเรื่องสำคัญ จึงพิมพ์มาหลากหลายภาษา ซึ่งแน่นอนว่า รวมทั้งภาษาไทยด้วย ซีดีหนึ่งผ่าน ข้างในบรรจุด้วยโปรแกรม Windows Media Player 11 และโปรแกรมแปลงไฟล์ที่บริษัท ArcSoft ที่เขียนขึ้นมาเพื่อ Philips โดยเฉพาะ หูฟัง และสาย USB ซึ่งใช้เป็นทั้งถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับ GeGear SA5225 และยังทำหน้าที่เป็นสายชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ด้วย โดยแบตเตอรี่มีความจุ 880 mAh. สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้ 30 ชั่วโมง หรือดูภาพยนตร์ได้ 6 ชั่วโมง
ตัวเครื่องที่มีขนาดบางเพียง 1 ซม. แต่มีขนาดกว้าง 6 ซม. ยาว 10.5 ซม. น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างดี (0.095 กก.) ทำให้เวลาถือไม่รู้สึกว่าก๊องแก๊ง ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรง การวางตำแหน่งของหน้าจอกับปุ่มควบคุม บางคนอาจบอกว่า เหมือนกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่แบบจอสัมผัส ถ้าหากวางในแนวตั้งอาจจะใช่ แต่เนื่องจากเครื่องนี้ต้องใช้ในลักษณะแนวนอน ด้านซ้ายเป็นจอภาพขนาด 2.8 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสำหรับการพกพา เนื่องจากมีขนาดใหญ่ดูสบายตา ด้านขวามือของตัวเครื่อง จะเป็นปุ่มควบคุมการทำงาน โดยมีปุ่มวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งควบคุมห้าทิศทาง ทำหน้าที่เปิดปิดเครื่อง บันทึก//หยุด เลื่อนซ้าย ขวา บน ล่าง ด้านบนของปุ่มใหญ่ก็จะเป็นปุ่ม Options ซึ่งเป็นตัวเลือกของเมนู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า เมนูหลักที่เราเลือกอยู่ในข้อไหน เมนูย่อยก็จะเป็นไปตามเมนูหลัก ส่วนด้านล่างจะเป็นปุ่ม“ย้อนกลับ” สรุปว่า บนหน้าปัดนอกจากจอแล้ว มีเพียงสามปุ่มเท่านั้น
ส่วนด้านข้างของตัวเครื่อง ด้านบนจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง +/- ด้านล่างจะเป็นรายละเอียดของชื่อรุ่น แหล่งผลิต กำลังไฟที่ใช้ และหมายเลขเครื่อง ปุ่มล็อก ซึ่งเมื่อล็อกแล้วปุ่มต่างๆจะใช้งานไม่ได้ นอกจากปุ่มปรับระดับเสียงเท่านั้น ปุ่มรีเซ็ต ใช้ในกรณีที่เซ็ตอะไรผิดพลาด โดยหาทางแก้ไม่ได้ เพื่อให้ตั้งค่าคืนสู่ค่าเริ่มต้น (Default) ช่องต่อสายยูแอสบี และช่องเสียบหูฟัง ด้านหลังนั้น น่าจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความมีชาติตระกูลของ Philips GoGear ที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ อาจจะเป็นเพราะว่า Philips เป็นผลิตภัณฑ์ของแถบประเทศในยุโรป จึงใช้ให้ความสำกับสิ่งเหล่านี้มาก โดยหลังเครื่องนอกจากแสดงความจุแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะมีเครื่องหมายของ Windows Media Player เครื่อง CE, FC และเครื่องหมายอื่นๆที่บ้านเราอาจไม่มีข้อบังคับใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงหาได้ไม่ง่ายนักสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศทางเอเชีย
Soft Test
Philips GoGear SA5225 เป็นหนึ่งในรุ่นที่อยู่ในซีรี่ส์ SA52XX ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 รุ่นที่อยู่ในซี่รี่ส์เดียวกัน รุ่น SA5225 จะมาพร้อมหน่วยความจำ 2 MB. โดยมีความสามารถในกรเล่นไฟล์เสียงประเภท MP3, WMA (DRM) ซึ่งเป็นไฟล์ของ Windows Media Player ที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งไฟล์เพลงประเภทนี้ ดาวน์โหลด (ซื้อ) ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยสามารถเล่นได้เฉพาะเครื่องที่ดาวน์โหลดมาไว้เท่านั้น ไม่สามารถทำสำเนา หรือไรท์ลงแผ่นได้ และไฟล์ประเภท AAC ซึ่งเป็นไฟล์ประเภทบีบอัดโดยใช้เทคโนโลยีของแอปเปิล อันเป็นการบีบอัดที่ไม่มีการสูญเสียน้อย (Lossy Compression) จึงได้คุณภาพเสียงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมาก) ส่วนในด้านของวีดีโอนั้น จะสนับสนุนไฟล์ประเภท MPEG4 (นานสกุล AVI) และ WMV ซึ่งเป็นของ Windows Media Player เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ทำไมด้านหลังเครื่องจึงมีโลโกของ Windows Media Player ติดอยู่ นอกจากนั้น ยังรับวิทยาเอฟเอ็ม ไฟล์ภาพแบบ JPEG และการบันทึกเสียง
เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง สิ่งที่ปรากฏให้เห็นบนหน้าจอคือ เมนูหลัก 7 เมนู เราสามารถเลือกภาษาที่เราถนัด ซึ่งมีภาษาหลักๆ รวม 22 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย การจัดหมวดหมู่ของเมนูทำให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน นี่เป็นจุดที่ทาง Philips ให้ความเอาใจใส่ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค การทดสอบขอเริ่มต้นจากดนตรี ซึ่งเป็นเมนูแรกของเครื่อง แต่ก่อนอื่น ขอกล่าวถึงตัวหูฟังสักนิดก่อน การออกแบบเป็นลักษณะเป็นกระบอกท่อยิงตรงเข้าหู หนุนด้วยยางอ่อนนุ่มสบายหู และยังเป็นการป้องกันเสียงจากภายนอกรบกวนด้วย ส่วนการออกแบบเป็นกระบอกท่อนั้น เป็นการเพิ่มความลึกของเบสให้ดีขึ้น ซึ่งจากการทดลองฟังอัลบั้ม “อดีตดั่งสายลม” ซึ่งเป็นแนวอะคุสติก เสียงร้องค่อนข้างให้รายละเอียดดี ตำแหน่งของเวที เช่นผู้ประสานเสียง หรือเพลงประเภทป็อปร็อก ก็ให้เวทีเสียงที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยี FullSound ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทางฟิลิปส์คิดค้นขึ้น ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 ทั่วไป ความถี่ที่สามารถตอบสนองนั้นอยู่ในย่านระหว่าง 60 Hz. – 18kHz. กำลังขับของเสียงแบบสเตริโอ 3 mW ซึ่งมีกำลังเหลือเฟือสำหรับเสียงเพลงในรูหู ส่วนใครที่ชอบรูปแบบดนตรีในสไตล์ที่ใจชอบนั้น ยังสามารถปรับอีควอไรเซอร์ได้แบบต่าง ๆ เช่น Classic , Dance , Electronica , Hip Hop , Jazz , Lounge , Pop , RnB , Rock , Spoken wor
ในด้านของการรับวิทยุเอฟเอ็มนั้น Philips GoGear SA5225 ใช้หูฟังเป็นเสาอากาศ ในภาครับวิทยุนั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก นอกจากด้านเสียงแล้ว การรับแต่ละสถานีได้ชัดเจน มีความแม่นยำของแต่ละช่องสถานี ซึ่งดีกว่าเครื่องรับวิทยุที่ใช้ตามบ้านหลายยี่ห้อ การหาคลื่นวิทยุสามารถหากแบบแมนนวล หรือแบบออโต้สแกนก็ได้ การบันทึกสถานีโปรดไว้ได้ 20 สถานี และยังสามารถบันทึกรายการสถานนี้ไว้ในหน่วยความจำเพื่อฟังทีหลังได้อีกด้วย เนื่องจากเสาอากาศวิทยุอยู่ที่หูฟัง ดังนั้น การเปลี่ยนหูฟังจึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย เพราะจากที่ลองนำไปเสียบกับลำโพง มัลติมีเดีย ภาครับเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องเลย
ในด้านของการดูวีดีโอนั้น แม้ว่าจะสนับสนุนไฟล์ avi ได้ก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำเอาไฟล์มาตรฐานมาโหลดใส่เครื่องแล้วดูได้เลย จะต้องใช้โปรแกรมที่ให้มาแปลง เพื่อให้ปรับขนาดพอดีกับตัวเครื่องก่อน จากที่ลองนำเอาภาพยนตร์เรื่อง Bangkok Dangerous ซึ่งเป็นไฟล์วีดีโอ MPEG4 ในรูปแบบ avi ขนาดประมาณ 700 MB. พอแปลงเสร็จลดขนาดเหลือประมาณ 400 MB. กว่าๆ การดูภาพยนตร์สามารถดูได้อย่างต่อเนื่องไหลลื่นได้ดี ด้วยขนาดภาพ 320×240 pixel จึงมีความคำชัดอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับจอขนาดไม่ถึง 3 นิ้ว ความสว่างที่กำลังดี (สามารถรับระดับความสว่างได้) จากที่ดูจบภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ไม่มีอาการรู้สึกเมื่อยล้าสายตา สำหรับการต้องการ Forward ไปข้างหน้า สามารถกดปุ่ม เลื่อนขวาแช่ไว้ ซึ่งก็สะดวกดี
สำหรับการใช้งานด้านอื่นๆ เช่นการบันทึกเสียงแบบโมโนในรูปแบบไฟล์ WAV ไมโครโฟนในตัวมีความไวค่อนข้างดี หรือใช้บันทึกข้อมูลทำหน้าที่เป็นแฟลชไดร์ฟก็ได้
Philips GoGear SA5225 จึงสามารถตอบสนองความต้องการแทบจะทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ทั้งบันเทิงด้านดนตรี ภาพยนตร์ ฟังข่าวสารจากวิทยุ สำหรับด้านการศึกษาหรืองานธุรกิจด้วยการบันทึกเสียงหรือข้อมูล และที่สำคัญคือ นอกจากคุณภาพด้านภาพและเสียงแล้ว ทางฟิลิปส์ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง และสามารถนำมารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้
ข้อสังเกต
ไม่สนับสนุนไฟล์เสียงประเภทการบีบอัดแบบไม่สูญเสีย (Lossless Compression) เช่น APE, FLAC และไม่สามารถเติมหน่วยความจำเพิ่มได้
สนใจติดต่อ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ราคา 5,500บาท
































































No Comment Received
Leave A Reply