ชุดโฮมเธียเตอร์รุ่น HT805PM จาก LG มาพร้อมความครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพการใช้งาน ส่วนเรื่องคุณภาพนั้น จะประทับใจกี่มากน้อยนั้น คงต้องพิสูจน์กัน โดยก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น เรามาดูกันว่า ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพการใช้งานนั้นมันเป็นอย่างไร
ภายในกล่องที่บรรจุชุดโฮมเธียเตอร์ LG HT805PM นั้น สิ่งแรกที่เห็นคือ กล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดและหน้าตาเหมือนกับเครื่องเล่นดีวีดี ความจริงก็ไม่ผิด แต่ก็ถูกไม่หมด เพราะว่านอกจากจะทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นดีวีดีแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นรีซีฟเวอร์ด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้อ่านคู่มือหรือทำการทดสอบจะมองไม่ออกเลยว่าเป็นรีซีฟเวอร์ด้วย โดยมีปุ่มพาวเวอร์เปิด/ปิดที่วางอยุ่ด้านบนขอบหน้าซ้าย ที่เหลือวางตำแหน่งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังเครื่องเหมือนเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไป เริ่มจากด้านหน้าซ้าย จะเป็นถาดใส่แผ่น ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งแผ่นดีวีดี วีซีดี ออดิโอซีดี แผ่น DVD-R, DVD-RW(สำหรับแผ่น DVD-R/RW และ CD-R/RW นั้น ในคู่มือภาษาไทยที่ให้มานั้น แปลได้ค่อนข้างสับสน
คือบอกว่าเล่นได้ และถัดมาบอกว่าเล่นไม่ได้ เนื่องจากไม่มีฉบับภาษาอังกฤษมาด้วย จึงไม่อาจทราบได้ว่า แท้จริงเป็นอย่างไร แต่จากการเล่นแผ่น DVD-R นั้น ไม่มีปัญหาครับ) ถัดมาทางขวานั้น จะเป็นแผงหน้าจอดิสเพลย์แบบแอลอีดีเรืองแสงมองเห็นชัดเจนเมื่อเปิดเครื่อง ด้านล้างซ้ายนั้น จะเป็นฝาเปิด/ปิดที่ซ่อนปุ่มเสียบไมโครโฟนสองช่องสำหรับคนที่ต้องการซ้อมพลังเสียงเผื่อได้เข้าไปเก็บตัวในบ้านเอเอฟกับเขา ช่อง Port in สำหรับต่อเครื่องเล่นเอ็มพี3 และช่อง USB ฝาเปิดปิดนี้ออกแบบได้แนบเนียนมาก ซึ่งถ้าไม่สังเกตจริงๆแทบจะไม่รู้ว่าสามารถเปิดได้ ถัดไปทางขวาอีกนิด จะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ เช่น เปิด/ปิด ถาดใส่แผ่น ปุ่ม Play/Pause, Skip, Stop เป็นต้น และริมขวาสุดจะเป็น Knob กลุ่มสำหรับปรับระดับเสียง
ด้านหลังเครื่องนั้น ช่องต่อต่างๆน่าจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปกับ HT805PM เครื่องนี้ได้อย่างดี เริ่มจากด้านซ้ายมือนั้น คือช่องต่อสายลำโพงสำหรับทั้ง 5 แฃนแนล โดยทุกแชนแนลกำกับด้วยสีทำให้สามารถแยกแยะได้ชัดเจนไม่สับสนเวลาดีตั้ง ซึ่งแน่นอนว่า สายลำโพงที่ให้มาพร้อมกันนี้ หัวท้ายก็จะหุ้มด้วยท่อหดสีเดียวกับที่กำกับไว้บนเครื่องและช่องต่อสายด้านหลังของลำโพงแต่ละแชนแนลด้วย สายที่ให้มามีความยาวพอเพียง ไม่ต้องห่วงว่าถ้าห้องใหญ่แล้วจะต้องวางลำโพงโด่เด่ไว้กลางห้อง เพราะห้องที่ผมใช้ทดสอบขนาด 4×6 เมตร วางลำโพงเซอร์ราวด์ที่มุมหลังห้อง สายยังหย่อนสบายๆพอให้ขยับได้พอสมควร นี่คือช่องต่อสายซึ่งจะมีมากับเครื่องรีซีฟเวอร์ ถัดไปทางขวาตรงกึ่งกลาง จะเป็นช่องต่อเสาอากาศวิทยุเอฟเอ็ม และถัดไปก็จะเป็นช่องต่อสายอันเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับเครื่องเล่นดีวีดี คือ ช่อง Video-out, Component, AUX Input, Optical In และที่สำคัญสำหรับการเล่น Full HD คือ ช่อง HDMI Out โดยมีสาย HDMI เวอร์ชั่น 1.2 แถมมาพร้อมกับในชุดด้วย
ถัดจากอุปกรณ์ชิ้นสำคัญคือ DVD Receiver แล้ว ก็จะเป็นลำโพง ซึ่งมีมาด้วยกันทั้งหมด 5 ตัวกับอีกหนึ่งซับวูฟเฟอร์ โดยแยกเป็นคู่หน้ากำลังขับข้างละ 136 วัตต์ ประกอบด้วยไดร์ฟเวอร์ 3 ตัว โดยมีทวิตเตอร์อยู่ตรงกลาง (วางตั้ง) คู่หลังหรือเซอร์ราวด์กำลังขับข้างละ 136 วัตต์เท่ากัน แต่ประกอบด้วยไดร์ฟเวอร์ 2 ตัว และลำโพงเซ็นเตอร์ที่กำลังขับเท่ากัน ประกอบด้วยไดร์ฟเวอร์ 3 ตัวเหมือนลำโพงคู่หน้า แต่วางนอนและมีกระบอกเล็กและสั้นกว่าเล็กน้อย ส่วนตัวซับวูฟเฟอร์เป็นแบบ Passive มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 6 กก. โดยวางลำโพงยิงมาด้านหน้าพร้อมท่ออากาศที่ออกทางด้านหน้าเช่นกัน
The Wave Test
การทดสอบครั้งนี้ เนื่องจากตัวดีวีดีรีซีฟเวอร์ HT805PM นี้สามารถรองรับความละเอียดระดับ Full HD ได้ จึงทดสอบด้วยสายสัญญาณ HDMI เท่านั้น โดยเครื่องทีวีที่ใช้ทดสอบนี้เป็นยี่ห้อ LG เช่นกัน แต่เป็นทีวีพลาสมา 42 นิ้ว น่าเสียดายที่ทีวีรุ่นนี้ไม่มีฟังก์ชั่น Simplink ซึ่งในคู่มือ HT805PM ได้แนะนำให้ใช้กับทีวีแอลซีดีขนาด 32 นิ้ว ก็จะกลายเป็นคู่หูดูโอที่เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม โดยเราสามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ เช่น ใช้รีโมทเพียงตัวเดียวก็สามารถควบคุมได้ทั้งเครื่องเล่นดีวีดีรีซีฟเวอร์ HT805PM และตัวเครื่องทีวี (เฉพาะกรณีที่ใช้กับสายสัญญาณ HDMI เวอร์ชั่น 1.2A ขึ้นไปเท่านั้น)
เมื่อเปิดเครื่อง HT805PM สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีคือ เมนูหลัก หรือ “Home” ซึ่งจะมีไอคอนให้เราเลือกฟังก์ชั่นการใช้งานคือ “Music” “Movie” “Photo” “Set up” ผมลองเข้าไปในเมนู Set up ดูคร่าวๆ เพราะค่าส่วนใหญ่ก็จะเลือกไว้ตามการใช้งานที่เหมาะสมอยู่แล้ว ผมตรวจดูค่าความละเอียดของภาพ ปรากฏว่า ตัวเครื่องเลือกค่าเริ่มต้นไว้ที่ 1080p ตามสายสัญญาณที่ใช้และการรองรับของตัวจอทีวี เวลาเราจะเลือกเล่นสื่อประเภทไหนก็เลือกตามเมนูที่ปรากฏ ผมเริ่มต้นจากแผ่นดีวีดี เนื่องด้วยตัวเครื่องดีวีดีรีซีฟเวอร์ HT805PM สามารถที่จะ Up-scale ภาพให้ปล่อยสัญญาณภาพที่ความละเอียด 1080p ได้ ดังนั้น สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ ภาพที่ได้จากเครื่องเล่น ดีวีดีรีซีฟเวอร์ HT805PM จะมีความละเอียดของภาพดีมาก ที่สำคัญคือ ภาพมีความใส และสีสันที่อิ่มเป็นธรรมชาติดีมาก ทั้งนี้เป็นการเปรียบเทียบกับเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปที่ไม่สามารถอัพสเกลได้ ภาพที่ได้นั้น ไม่เฉพาะเจาะจงจะต้องเป็นภาพจากแผ่นดีวีดีที่บันทึกมาอย่างดีเท่านั้น ผมลองเล่นกับไฟล์ Divx ก็ได้ผลลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก
ในด้านเสียงนั้น ต้องบอกว่าดีวีดีรีซีฟเวอร์ HT805PM สามารถให้พลังเสียง 850 Watts RMS ด้วยประสิทธิภาพการทอดรหัส Dolby Digital และ DTS ได้อย่างดีเยี่ยม Passive Subwoofer ที่ให้พลังเบสที่หนักแน่น และสามารถสร้างความสั่นสะท้อนให้กับบริเวณห้องได้ไม่น้อย ความสมจริงของบรรยากาศแวดล้อม สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีที่เดียว จากภาพยนตร์เรื่อง We are Soldiers ที่ทหารอเมริกันถูกเวียดกงปิดล้อมนั้น ห่ากระสุนที่ยิงมาจากรอบด้านนั้นทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงการอยู่ท่ามกลางดงห่ากระสุนอันน่าสะพรึงกลัว ฉากช่วงท้ายๆของภาพยนตร์เรื่อง Ip Man 1 ตอนที่หยิบหมั่น (หรือยิปมัน แต่ขอออกเสียงตามสำเนียงกวางตุ้ง) ถูกยิงเข้าที่ไหล่จนร่วงลงจากเวทีนั้น เสียงกระสุนนัดนั้นเหมือนกับวิ่งเข้ามาที่บริเวณไหล่ของเราจริงๆ เสียงที่โยนมาจากลำโพงเซอร์ราวด์นั้น ทำได้ดีมาก ไม่ใช่เพียงแค่มีแต่เสียงดังเหมือนชุดโฮมเธียเตอร์หลายๆชุดที่แทบจะแยกมิติเสียงไม่ได้เลย ทีนี้ลองดูฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Ring การดำดิ่งลงไปในห้วงเหวลึกนั้น ก็ให้ความรู้สึกของมิติความลึกได้ดีไม่แพ้มิติเสียงที่โยนมาจากด้านหลัง ส่วนเสียงเซ็นเตอร์นั้น บทสนทนาก็มีความสะอาดของเสียงที่ดี โดยรวมแล้ว การชมภาพยนตร์นั้นถือว่า HT805PM ทำหน้าที่ได้ดีเกินตัวทีเดียว
การเล่นเพลงด้วย HT805PM นอกจากแผ่นออดิโอซีดีแล้ว ยังสามารถเล่นไฟล์ประเภท MP3 และ WMA โดยสองประเภทหลังนี้จำนวนเพลงที่บรรจุอยู่ในแผ่นหรือสื่ออื่นใดก็ตาม เช่นแฟลชไดร์ฟ จะต้องรวมกันแล้วไม่เกิน 999 เพลง ในส่วนของซาวด์เอฟเฟคนั้น HT805PM มีระบบเสียงสำเร็จให้เลือกให้เหมาะกับรสนิยมและบรรยากาศที่แต่ละคนชื่นชอบ เช่น NAT Plus, Natural, Auto EQ เป็นต้น หรือใครที่ต้องการฟังเสียงจากธรรมชาติของแผ่นจริงๆเลย ก็สามารถเลือกที่ Bypass ก็จะไม่มีการปรุงแต่งเสียงแต่อย่างใด โดยรวมแล้ว เสียงที่ได้จากเครื่องเล่นนี้ จะออกลักษณะสด ฉับไว จึงเหมาะกับนักฟังยุคดิจิตอลโดยเฉพาะ สำหรับคนที่ชอบเสียงเบสหนักๆ ก็สามารถปรับเสียงเบสให้เพิ่มพลังเสียงได้ตามต้องการ
ผมลองเอาแผ่นออดิโอซีดีเปิดฟัง พร้อมกับเลือกฟังก์ชั่น Rec (บันทึกเสียง) บนรีโมท เพื่อบันทึกเสียงเพลงในแผ่นซีดีลงบนแฟลชไดร์ฟ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมาก เมื่อกด Rec เสร็จก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจากนอนฟังเพลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเครื่องก็ทำการบันทึกไปพร้อมๆกัน ไฟล์ที่ได้จะสร้างไว้ในโฟลเดอร์ในแฟลชไดร์ฟ พร้อมกับแยกแต่ละเพลงเป็น TRK_001….TRK_00N ไปเรื่อยๆ โดยจะได้ไฟล์ MP3 ที่อัตราบีบอัด 320 kbps. การบันทึกเสียงนี้ นอกจากบันทึกจากแผ่นซีดีแล้ว ยังสามารถบันทึกเสียงจากรายการวิทยุได้ แต่สำหรับภาพยนตร์นั้น หมดสิทธิ์ครับ
LG HT805PM ชุดนี้ถือว่า มีประสิทธิภาพเกินตัวไปจากขนาดและราคามาก และที่สำคัญเหนือกว่าเครื่องเล่นประเภท Home Theatre in the Box ทั่วไปจนสามารถขึ้นไปเทียบชั้นกับโฮมเธียเตอร์แยกชิ้นราคาแพงได้อย่างไม่อายใคร แม้โดยวัตถุประสงค์อาจมุ่งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเล่นมือใหม่ แต่สำหรับนักเล่นมืออาชีพแล้ว HT805PM น่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับชุดที่สองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนข้อสังเกตนั้น คงมีนิดหน่อยตรงปุ่มการใช้งานบนรีโมท น่าจะมีปุ่มให้เลือกระบบเสียง และซับไตเติลแทนที่จะต้องเข้าฟังก์ชั่น Title ทุกครั้ง เพราะจะได้ไม่ทำให้การชมภาพยนตร์ต้องสะดุด อีกเรื่องคือ คู่มือภาษาไทยที่อ่านแล้วสับสนและชวนให้ไขว้เขว เช่นในเรื่องเกี่ยวกับลำโพงที่ระบุกำลังไฟเข้า 136 วัตต์ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีลำโพงตัวไหน (รวมทั้งซับวูฟเฟอร์ด้วย) ที่จะต้องต่อกระแสไฟฟ้าเข้าเลย
Distributor: LG Electronics (Thailand) Co., Ltd.
Price: 11,990.- baht
































































No Comment Received
Leave A Reply