เครื่องเล่นดีวีดีที่สามารถเป็นศูนย์รวมแห่งบันเทิง ขนาดกะทัดรัด ฝาสีดำมันสวยงาม มองผิวเผินอาจนึกว่าเป็นคอมพิวเตอร์เน็ตบุ้ค (Net Book) ที่กำลังนิยมในปัจจุบัน ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 0.85 กิโลกรัม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับความบันเทิงเคลื่อนที่ติดตัว ยิ่งใครที่เดินทางบ่อย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องนั่งรอยที่สนามบินเป็นชั่วโมง เครื่องเล่นดีวีดีแบบพกพาตัวนี้ของแอลจี น่าจะเป็นเพื่อนแก้เหงาเคียงกายที่ไม่เลวนัก
เห็นตัวเล็กๆอย่างนี้ แต่เมื่อแกะออกมาดูรายละเอียดแล้ว ประสิทธิภาพไม่ได้เล็กตามขนาดของมันเลย ด้วยขนาดจอ LCD แบบ TFT Active Matrix กว้าง 7 นิ้ว (นั่งหมายความว่า สามารถมองเห็นชัดได้ทุกมุม โดยไม่เจาะจงจะต้องมองตรงๆเท่านั้น) ความละเอียดของจอภาพ 480 x 234 พิกเซล มีแบตเตอรี่บิลต์อินในเครื่อง สามารถใช้ได้แบตฯในตัวโดยเล่นต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือต่อไฟบ้านหรือไฟจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ ด้วยอะแดปเตอร์ที่ให้มาโดยกินไฟกระแสตรงเพียง 12 โวลต์ ด้วยการออกแบบที่เหมาะแก่การพกพาไปได้ทุกที่ ตัวจอจึงออกแบบให้หมุนหันได้ 180 องศา เช่นเดียวกับการปรับก้มเงย หรือจะหมุนจอแล้วให้ปรับราบไปกับตัวเครื่อง 180 องศาเหมือนกับคอมพิวเตอร์แบบทัลสกรีนก็ได้ ซึ่งการออกแบบนี้ นอกจากจะใช้เพียงการพกพาไปในบางสถานที่โดยไม่เปลืองที่แล้ว ยังออกแบบเพื่อรองรับกับการนำไปใช้ในรถยนต์ด้วย โดยทางแอลจี ได้เตรียมฐานยึดตัวเครื่องไว้กับเบาะนั่งในรถยนต์
ในด้านของคุณสมบัติหรือสเปคเครื่องนั้น ภาควีดีโอใช้ตัวประมวลผล 4 DAC 12 bit ทำให้เราสามารถเล่นวีดีโอได้ทั้งวีซีดี ดีวีดี และ DiveX MPEG4 ส่วนในภาคออดิโอ หรือภายเสียงจะมีหน่วยประมวลผลแยกต่างๆ (ไม่ได้แจ้งรายละเอียด) สามารถที่จะเล่นไฟล์เสียงประเภทออดิโอซีดี MP3, WMA ตัวเครื่องด้านในส่วนที่เป็นพื้นที่ของจอแอลซีดีจะใช้เป็นพื้นสีดำปิดด้วยแผ่นกะคลิลิกใส ป้องกันผิวจอ ช่วยขับให้ภาพบนจอแอลซีดีดูชัดขึ้น (ในความรู้สึกจากการแปลของคลื่นสมอง) บนจอจะมีปุ่มกดควบคุมการใช้งานมาตรฐานทั่วไป เช่นปุ่มเล่น หยุด เดินหน้า ถอยหลัง ลำโพงจิ๋วและรูรับแสงอินฟราเรดจากรีโมท ส่วนอีกด้านหนึ่งที่เป็นฐานในแนวราบ จะเป็นที่ใส่แผ่น โดยมีปุ่ม Open สำหรับเปิดฝา ซึ่งปุ่มนี้จะมีระบบล็อกนิรภัย คือในระหว่างที่เล่นแผ่นอยู่ การกดปุ่ม Open ตัวฝาจะไม่ยอมเปิดให้ เพื่อความปลอดภัย เพราะอาจก่อความเสียหายให้แก่เครื่องอ่าน หรือบางกรณี ด้วยแรงเหวี่ยงของแผ่นอาจทำให้หลุดกระเด็นออกมาได้ ดังนั้น ปุ่มนี้จะใช้งานได้ต่อเมื่อได้กดปุ่นม Power เพื่อปิดเครื่องแล้วถึงเปิดฝาได้ ส่วนปุ่มควบคุมอื่นๆวางอยู่ด้านขวาของเครื่อง ดูสวยงามเรียบร้อยดี แต่ปุ่มที่วางบนเครื่องนี้จะเป็นปุ่มควบคุมมาตรฐานเท่านั้น ส่วนการควบคุมการใช้งานที่ละเอียดกว่านี้จะนำไปไว้บนรีโมทคอนโทรลครับ
ตัวรีโมทคอนโทรลนั้น แม้จะบางเล็ก แต่ก็ใหญ่พอที่จะจับได้อย่างกระชับมือ การใช้รีโมทในการควบคุมการเล่นนั้น จะกลายเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมาก ด้วยปุ่มฟังค์ชั่นการทำงานเหมือนกับเครื่องใหญ่ทั่วไปอันพึงจะมี เช่น การเลือกเสียงบรรยาย เลือกซับไตเติลคำบรรยายใต้ภาพ เลือกมุมกล้อง (Angle) ปุ่มค้นหาเดินหน้า/ถอยหลัง ปุ่มเล่นภาพช้า ปุ่มตัวเลขซึ่งเป็นการเลือกแทร็คของเพลง และยังมีปุ่ม Marker ซึ่งเหมือนกับการทำเครื่องหมายไว้กับฉาก หรือเพลง เพื่อให้เรากลับมาค้นหาทีหลังได้อย่างสะดวก และที่สำคัญคือ โครงสร้างของตัวรีโมทที่ทำจากพลาสติกที่มีความเหนียวแข็งแรง และปุ่มกดที่ทำจากยางซิลิโคน จึงแข็งแรงใช้งานได้อย่างสะดวกมือ
Soft Test
แผ่นที่จะนำมาเล่นกับเครื่อง LG DP372B นี้ จะใช้ได้เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแผ่นซีดีเพลง วีซีดี ดีวีดี CD-W, CD-RW, DVD-R, DVD-RW โดยผมได้นำแผ่น DVD-R ที่บันทึกภาพยนตร์ MPEG4 ในรูปแบบไฟล์ avi มาเล่น โดยเล่นภาพยนตร์ในหลากหลายแนว โดยภาพรวมแล้ว ในด้านภาพมีความคมชัดในระดับที่ยอมรับได้ ความสว่างที่ไม่จ้าเกินไปจนทำให้ปวดล้าสายตา ในด้านสัดส่วนของภาพ สามารถที่จะเลือกได้ทั้งแบบจอกว้าง ไวด์สกรีน 16:9 หรือ ขนาด 4:3 แบบจอทีวีก็ได้ การเล่นไฟล์ภาพยนตร์แบบ MPEG4 นั้น เราสามารถเลือกซับไตเติลได้ แต่ต้องเป็นซับฯที่บันทึกเป็นไฟล์ในตระกูล srt/txt, sml ssa/txt, sub/txt, sub, sub/txt และ txt ส่วนระบบเสียงที่สนับสนุนนั้น คือ Dolby Digital (2 แชนแนล) PCM, MP3 และ WMA
ส่วนการเล่นภาพยนตร์จากแผ่นดีวีดีนั้น การเลือกซับไตเติลจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่กดปุ่มบนรีโมทก็จะเปลี่ยนให้ทันที โดยไม่ต้องรอหลายวินาทีเหมือนหลายๆเครื่อง ส่วนการใช้เลือกแผ่นนั้น จะต้องเลือกให้ตรงกับโซนของเครื่อง เพราะจะมีการล็อกโซนไว้ โดยในขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นั้น ค้นหาในเน็ตแล้ว ยังไม่มีวิธีปลดล็อกครับ ในด้านของเสียงนั้น เสียงจากลำโพงในตัวเครื่องอาจไม่ได้อรรถรสนัก เนื่องจากมีแค่ลำโพงตัวเดียว และก็มีกำลังขับที่น้อยเกินไป จึงขอแนะนำให้ใช้หูฟังที่คุณภาพดีๆหน่อย จะทำให้ชมภาพยนตร์ได้รสชาติความมันส์กว่าแยะ แม้ว่าจะไม่มีระบบเสียงแบบรอบทิศทางก็ตาม แต่มันก็ให้ระบบเสียงสองแชนแนลที่ชัดเจน มีมิติ สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวซ้าย กลาง ขวา ตลอดจนเสียงเอฟเฟคต่างๆ ทั้งนี้ตัวเครื่องจะมีที่เสียบหูฟังมาให้ทั้งหมดสองช่อง จึงทำให้การชมภาพยนตร์ของคุณไม่เหงาอย่างแน่นอน
ในด้านของเสียงนั้น การเล่นแผ่นออดิโอซีดี เมื่อเปิดเครื่อง มันจะอ่านแผ่นและแสดงจำนวนแทร็คบนหน้าจอ เป็น TRACK01…..TRACKXX ส่วนการเล่นไฟล์เพลงแบบ MP3 หรือ WMA ถ้าหากไม่ได้สร้างไดเร็กทอรี่ไว้ มันก็จะแสดงรายชื่อเพลง หากมีไดเร็กทอรี่ ก็จะแสดงเป็นรายชื่อไดเร็กทอรี่ โดยมีเงื่อนไขว่า รวมจำนวนรายชื่อไฟล์และไดเร็กทอรี่แล้ว จะต้องไม่เกินจำนวน 650 รายชื่อ ส่วนการจะข้ามแทร็คก็ง่ายด้วยการกดตัวเลขบนรีโมทเพื่อกระโดดไปแทร็คที่ต้องการได้ทันใจและรวดเร็ว เสียงเพลงจากซีดีเพลงนั้น แม้จะไม่ฉ่ำหวานสุดๆ แต่ก็ไม่แห้ง ยังฟังได้อย่างสบายๆ ด้วยเวทีเสียงซ้ายขวาที่ชัดเจน แม้จะไม่กว้างนัก ส่วนเสียงร้องให้รายละเอียดอยู่ในระดับที่ใช้ได้ทีเดียว ในด้านเสียงสูงนั้นจะไม่สูงจน “กัดหู” ส่วนเสียงในย่านความถี่ต่ำนั้น แม้จะไม่อาจคาดหวังได้ว่าจะลงต่ำได้มากอย่างเครื่องเล่นตัวใหญ่ แต่ก็ให้ความเป็นดนตรีที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ส่วนไฟล์เพลงประเภท MP3 และ WMA นั้น ในส่วนของเอ็มพี 3 อาจมีความได้เปรียบหน่อยในด้านของคุณภาพ เพราะสามารถเล่นอยู่ในย่านความถี่ที่กว้างกว่า คือ 8 – 48 kHz. บิตเรต 8 – 320kbps. ในขณะที่ไฟล์ประเภท WMA จะอยู่ในย่าน 32 – 48 kHz.บิตเรต 32 – 192kbps. ดังนั้น จึงอยู่ที่เราเลือกระดับของการบีบอัด ซึ่งเพลงเอ็มพี 3 ที่วางขายกัน หรือที่ดาวน์โหลดมาคงอยู่ในระดับไม่เกิน 200 kbps.
เนื่องจากปรกติแผ่นเอ็มพี 3 มักจะมีจำนวนเพลงมากมายในแผ่นเดียวกัน ซึ่งอาจรวมทั้งเพลงที่ชอบมากชอบน้อยก็ได้ ตัวเครื่องจะมีโปรแกรมให้เราเลือกเฉพาะเพลงที่เราชื่นชอบแล้วจัดเป็นรายการเพลงของเราเอง เมื่อทำการตั้งโปรแกรมเสร็จ ตัวเครื่องจะเล่นเฉพาะเพลงที่เราเลือกไว้เท่านั้น ส่วนตัวเลือกอื่นๆนั้น จะเลือกเล่นแบบต่อเนื่อง แบบสุ่ม หรือเล่นซ้ำเฉพาะช่วง เล่นซ้ำทั้งหมดก็ได้ และในระหว่างที่เล่นถ้าอยากดูอะไรเพลินๆ ก็สามารถนำไฟล์ภาพประเภท JPEG เล่นไปพร้อมกับฟังเพลงก็ได้ นั่นหมายความว่า ในซีดีแผ่นเดียวกันจะต้องบรรจุไว้ทั้งไฟล์เพลงและไฟล์ภาพ และไฟล์ภาพจะต้องมีขนาดไม่เกิน 2 MB. ด้วย และเราสามารถหมุนภาพได้ หรือจะซูมขยายภาพโดยกดปุ่ม Zoom ซ้ำๆ เมื่อขยายใหญ่จะล้นจอแล้ว ก็สามารถเลื่อนซ้ายขวา บนล่าง (เพื่อหาหัวสิว?) ได้ตามต้องการ
ทางด้านข้างซ้ายมือของเครื่องจะมีช่องสำหรับต่อยูเอสบี เราสามารถนำเอายูเอสบีไดร์ฟมาเล่นกับเครื่องนี้ได้ โดยจะต้องเสียบยูเอสบีไดร์ฟเข้าโดยตรง โดยไม่ผ่านฮับ หรือสายต่ออีกที เวลาเลือกเล่นกับยูเอสบีนั้น ให้กดที่ปุ่ม MODE ซึ่งจะให้เราเลือกเล่นจากแผ่นดิสก์ หรือยูเอสลบี โดยประเภทไฟล์ที่สามารถเล่นผ่านยูเอสบีก็จะเหมือนกับการเล่นจากแผ่นดิสก์ นั่นก็คือ ไฟล์ เสียง MP3, WMA ไฟล์ภาพ JPEG และไฟล์ภาพยนตร์ DivX เช่นเดียวกับแผ่นดิสก์จะต้องมีจำนวนไฟล์สูงสูงไม่เกิน 650 ไฟล์
จากที่ทดสอบเล่นจากยูเอสบีไดร์ฟนั้น ในเบื้องต้นการอ่านข้อมูลจะค่อนข้างช้า ซึ่งแตกต่างจากการอ่านจากแผ่น ที่รวดเร็วทันใจ เมื่ออ่านข้อมูลเสร็จแล้ว จะปรากฏรายชื่อไฟล์(ที่สนับสนุนเท่านั้น) และชื่อโฟล์เดอร์ต่างๆ ส่วนรายละเอียดอื่นๆในการใช้งานนั้น ไม่แตกต่างจากการเล่นจากแผ่นแต่อย่างใด
สำหรับใครที่ต้องการนำไปใช้ในรถยนต์นั้น ทาง LG จะจัดอุปกรณ์การติดยึดมาพร้อมในกล่องอยู่แล้ว โดยจะมีแกนยึดที่ไว้เสียบเข้าตรงที่หนุนศีรษะของเบาหน้า จากนั้นก็นำเอาตัวเครื่องมาติดยึดกับแกนนี้อีกที ในด้านของไฟฟ้านั้น สามารถเสียบเข้าที่ช่องจุดบุหรี่ เพียงเท่านี้ ก็ได้โรงภาพยนตร์เคลื่อนที่สำหรับครอบครัวในรถยนต์ ทำให้ขึ้นเหนือล่างใต้ได้อย่างไม่รู้เหนื่อยรู้เบื่ออีกต่อไป (แต่จะเหนื่อยคนขับ เพราะไม่ได้ดู) เมื่อถึงที่พักในโรงแรมแล้ว หากไม่ต้องการดูจากจอเล็กขนาด 7 นิ้ว ก็สามารถที่จะต่อสายออกจากช่อง AV เพื่อชมจากจอทีวีขนาดใหญ่ก็ได้
เครื่องเล่นดีวีดีพกพา LG DP372B เครื่องนี้ จึงเป็นศูนย์บันเทิงพกพาที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบที่เหมาะกับทุกที่ทุกเวลา แต่มีข้อสังเกตอยู่นิดเดียวตรงที่ความละเอียดและความสว่างอาจน้อยไปสักนิด
ข้อมูลจำเพาะ
A/V Processing: Video processing 4 DAC 12 bit
Audio Processing Built-in
Battery Battery time up to 2.5hr
Battery type Built-in Type
Picture & Sound
screen 7 Inch Swivel
Case body TFT LCD size 7″ Wide
LCD resolution WQVGA
Power
power consumption 12W With Battery
Dimension
SET(W*H*D) 207 X 39 X 168
สนใจติดต่อ : บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ราคาขาย 5,900 บาท
































































No Comment Received
Leave A Reply