InFocus ชื่อที่ผมเชื่อว่า พวกเราที่อยู่ในแวดวงที่สนใจโรงภาพยนตร์ในบ้านจะต้องรู้จักไม่มากก็น้อย แม้ว่าอาจไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อดีก็ตาม ด้วยความเป็นผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์โปรเจ็กเตอร์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจโปรเจ๊กเตอร์มามากกว่า 20 ปี โดยครอบคลุมตลาดทั้งทางด้านการศึกษา ธุรกิจ และบันเทิงในครอบครัว ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน จึงทำให้ InFocus พยายามคิดค้นในสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในด้านคุณภาพและประโยชน์ของผู้บริโภค โดยล่าสุดได้นำเอาเทคโนโลยี DLP (Digital Lamp Projector) จากเท็กซัส อินสทรูเมนต์ ซึ่งเป็นชิปเซ็ทที่ให้ความสดใส ความถูกต้อง ความอิ่มของสีสัน และที่สำคัญคือ ความคงทนและความสม่ำเสมอด้านคุณภาพ เนื่องจากระบบ DLP แตกต่างจากระบบเดิมอย่าง LCD ซึ่งเป็นผลึกเหลวที่จะเสื่อมตามเวลาที่ได้ใช้งาน

Mr. Farren
InFocus ได้ตัวแทนจำหน่ายที่เข้มแข็งในประเทศไทย คือ บริษัท แม็กเนท เทคโนโลยีส์ จำกัด ซึ่งได้ดูแลตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของ InFocus ในประเทศไทย และในวันที่ 8 -9 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ ทางบริษัทได้มีโอกาสต้อนรับ Mr. Jeremy Farren รองประธานฝ่ายขายนานาชาติ (Vice President of International Sales) ในโอกาสที่ย้ายที่ทำการของฝ่ายขายนานาชาติที่แต่เดิมประจำอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทวีปยุโรปมาประจำในประเทศสิงคโปร์แทน ทั้งนี้เนื่องด้วยศักยภาพทางการตลอดในแถบเอเชียที่มีอัตราการเติบโตในระดับสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ การเดินทางมาครั้งนี้ มาพร้อมกับผู้จัดการฝ่ายขายประจำภาคพื้นเอเชีย Mr. Eugene Lim โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรับทราบสถานการณ์ทางกาตลาด และการพบปะกับสื่อเครื่องเสียงชั้นนำในเมืองไทย โดย The Wave Magazine คือหนึ่งในสี่สื่อที่ได้รับเชิญในครั้งนี้ การพบปะพูดคุยกับ Mr. Jeremy Farren มีขึ้นที่ห้องประชุมของบริษัท แม็กเนท เทคโนโลยีส์ จำกัด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นอกจากการอัพเดทข้อมูลทั่วไปแล้ว สิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์ของการพูดคุยครั้งนี้ คือ การแนะนำผลิตภัณฑ์โปรเจ็กเตอร์รุ่นใหม่ของอินโฟกัส ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลครั้งแรกกับสื่อ เนื่องจากทาง InFocus กำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน InfoComm 09 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 – 19 มิถุนายน ศกนี้
โปรเจ๊กเตอร์รุ่นใหม่ที่ได้นำมาแนะนำนี้ เป็นรุ่นในตระกูล ScreenPlay (เปิดตัวในงาน InfoComm09 ภายใต้ IN5000 Series ซึ่งมีทั้งหมด 5 รุ่นภายใต้ซีรี่ส์นี้) ที่ใช้เช็ปเซ็ตรุ่นใหม่ของเท็กซัส อินสทรูเมนต์ที่มีขนาด 0.65 ซึ่งเล็กลงจากเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ 0.95 ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นจากเดิมคือ คุณภาพของภาพที่ดีขึ้น โดยมีความถูกต้องของสีสัน ความสดสว่าง และความละเอียดของภาพที่ดีขึ้น ซัพพ็อต Dual DPP3021 ASIC ความสว่าง 14000 Lumen อัตราคอนทราส 30,000 : 1 ซึ่งสูงกว่าเดิมมา แต่ในด้านเสียงขณะที่เปิดใช้งานนั้น กลับมีความเงียบมากขึ้น คือเพียง 28 เดซิเบล
สิ่งที่ถือเป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่มีเป็นครั้งแรกสำหรับโปรเจ๊กเตอร์ก็คือ ฟังก์ชั่น SplitScreen ที่แยกแสดงผลสองจอ ซึ่งอาจเลือกได้ในโหมด Picture-in-Picture หรือภาพซ้อนภาพ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่า จะให้แสดงภาพแบบ Picture-in-Picture หรือภาพใหญ่หลังหนึ่งภาพ และภาพเล็กอีกหนึ่งภาพ Picture-on-Picture คือภาพแยกเป็นสองภาพ หรือ Picture-by-Picture โดยแสดงภาพสลับกันระหว่างภาพจากแหล่งอินพุทสองแหล่ง ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการประชุมทางไกลหรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ หรือการทำพรีเซนเตชั่น และยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Dynamic Messaging System (DMS) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อความสำคัญไปปรากฏบนจอหรือโปรเจ็กเตอร์เครื่องใดก็ได้ จึงเหมาะสำหรับการกระจายข่าวสารสำคัญ เช่นประกาศ ข่าวด่วน เป็นต้น
ด้านของแผงควบคุมการใช้งานนั้น ทาง InFocus ได้นำเอาแผงควบคุมแบบทัชสกรีนมาใช้กับเครื่องนี้ โดยวางตำแหนงอยู่ด้านท้ายของด้านบนเครื่อง จึงทำให้ตัวเครื่องดูเรียบ ไม่รก และที่สำคัญคือ ในส่วนของสายเชื่อมต่อต่างๆ จะมีฝาปิด หรือที่เรียกว่า Cable Management ในส่วนของการเชื่อมต่อสายสัญญาณนั้น รุ่นใหม่นี้จะมีช่องต่อ HDMI เวอร์ชั่น 1.3 จำนวนสองช่อง นอกนั้นจะเป็นช่องต่อคอมโพสิต คอมโพเนนต์ วีจีเอ บีเอ็นซีสำหรับเครือข่าย อย่างละ 1 ช่อง
การออกแบบตัวเครื่องสำหรับรุ่นใหม่นี้ มีการออกแบบที่แลดูทันสมัยยิ่งขึ้น ตัวกระบอกเลนซ์ที่ฉายภาพจะมีวงแหวนเรืองแสงสีฟ้าที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสวยงามเป็นหลัก หากแต่แสงที่ปรากฏจะทำหน้าที่เสมือนการตรวจสอบ “สุขภาพ” ของเครื่อง เช่นถ้าหากหลอดมีปัญหา อาจมีการกระพริบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ หรือว่าสายสัญญาณมีปัญหา ก็จะกระพริบเป็นสัญญาณแจ้งเตือนเช่นกัน ตัวบอดีนั้น สีพื้นฐานคือ สีดำตัดขอบขาว แต่ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนฝาที่ปิดหุ้มได้ตามที่ตัวเองชอบ หรือให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของห้อง โดยสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ในส่วนของสีขาว สีดำมันผิวเปียโน และสีลายไม้ เพื่อให้เข้ากับชุดลำโพงที่ใช้ก็ได้ การถอดเปลี่ยนก็สะดวกงานดายเพียงไม่เกินสองนาทีก็เปลี่ยนโฉมได้ทันที
ชิปเซ็ตรุ่นใหม่นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพของฟังชั่นในหลายๆด้านแล้ว ยังทำให้ประหยัดพลังงานด้วย โดยในระหว่างการสแตนบายเครื่องนั้น จะกินไฟน้อยลงเพื่อเป็นไปตามกฎข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่ประกาศใช้ใหม่ในยุโรป สำหรับการกินไฟในขณะที่ใช้งานนั้น Mr. Farren แจ้งว่า เนื่องจากเครื่องรุ่นนี้ยังเป็นเครื่องต้นแบบ ดังนั้น ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่มีออกมา และฟังก์ชั่นหลายๆอย่างอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจนกว่าถึงกำหนดวางตลาดในไตรมาสสี่ของปีนี้ถึงจะรู้แน่นอน
เมื่อถาม Mr. Farren ถึงรุ่นเดิมที่วางจำหน่ายอยู่แล้ว จะมีการยกเลิกการผลิตหรือไม่ สิ่งที่แน่นอนคือ รุ่นที่ซัพพ็อตความละเอียดระดับ HD-Ready หรือ 720p จะเลิกสายการผลิตทั้งหมด ส่วนระดับราคาจำหน่ายนั้น แม้ว่าจะยังไม่กำหนดแน่นอน แต่ Mr. Farren ยืนยันว่า น่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับIN83 ในปัจจุบัน โดยอาจบวกลบไม่มากนัก
สำหรับเทคโนโลยีแบบสามดี หรือสามมิตินั้น เนื่องจากปัจจุบันเครื่องเล่นบลูเรย์บางรุ่นสนับสนุนด้านนี้แล้ว เพียงแต่ยังคงต้องสวมแว่นตาเวลาดู ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ทาง InFocus เองปัจจุบันก็ได้พัฒนารุ่นที่สนับสนุน 3D-Ready อยู่แล้ว และคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เพื่อทำการรองรับสามมิตินี้อยู่แล้ว รอแต่เพียงเมื่อไรทาง TI จะผลิตชิปเซ็ตออกมา ก็พร้อมที่จะออกสู่ตลาดได้ ซึ่งคิดว่าจะเกิดขึ้นในเวลาไม่นานนี้
Mr. Farren เปิดเผยว่า อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ทาง InFocus กำลังพัฒนาคือ เทคโนโลยีความละเอียดสูงพิเศษ หรือ Quad High-Def คือความละเอียดสูงเป็นสี่เท่าของไฮเดฟในปัจจุบัน ซึ่งเหมาะสำหรับการแสดงผลบนจอขนาดยักษ์ หรือสำหรับพวกเกมเมอร์ทั้งหลาย ขณะนี้ InFocus เองกำลังพัฒนาร่วมกับเท็กซัส อินสตรูเมนต์บนพื้นฐานของชิปเซ็ต DLP Cinema 4K
ในส่วนของคู่แข่งของผลิตภัณฑ์ InFocus นั้น Mr. Farren กล่าวว่า คงแล้วแต่แต่ละตลาด ในแต่ละประเทศจะมีคู่แข่งที่แตกต่างกัน อย่างในอังกฤษ InFocus จะมีฐานที่มั่นคงเข้มแข็งมาก ส่วนในตลาดเอเชียอาจต้องเจอกับคู่แข่งอย่างซันโย พานาโซนิค เป็นค้น
ก่อนจบการสนทนาได้สอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของ InFocus ที่ทางบริษัทได้ขายหุ้นทั้งหมดให้กับ Mr. John Hui ซึ่งเป็นนักธุรกิจด้านไอทีที่เคยทำคอมพิวเตอร์ e-Machine (ปัจจุบันขายให้แก่เอเซอร์ไปแล้ว) ว่าจะทำให้นโยบายของ InFocus เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง Mr. Farren กล่าวว่า นโยบายหลักสำคัญคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่การเข้าถือหุ้นครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีต่อ InFocus มากกว่า เพราะจากประสบการณ์และปัจจัยด้านอื่นๆที่เสริมเข้ามา และสายสัมพันธ์ของ Mr. John Hui ที่มีกับอุตสาหกรรมไอทีชั้นนำต่างๆ น่าจะทำให้ InFocus เข้มแข็งยิ่งขึ้น
































































No Comment Received
Leave A Reply