ในโลกดิจิตอลนั้น ดูเหมือนว่าการที่จะให้ตัวเองเป็นอะไรมันง่ายดังพลิกฝ่ามือ แม้แต่คนที่อยู่บ้านฝังเพลงเฉยๆ คิดสนุกอยากเป็นดีเจขึ้นมาก็ง่ายนิดเดียว ด้วยปัจจุบันนี้มีทั้งซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่จะเสกให้คุณเป็นดีเจได้ทันที แต่ทว่า ถ้าหากอุปกรณ์ตัวช่วยเหล่านั้นมันดูไม่โปร แทนที่คุณจะได้รับคำชม กลับจะกลายเป็นตัวตลกไปเลย เพราะหากจะเป็นดีเจทั้งนี้ ก็ขอให้เป็นเหมือนมือโปร (แม้ความจริงจะสมัครเล่นก็ตาม) ไม่ใช่เอาของก๋องแก๋งเหมือนของเด็กเล่นมาใช้ และอุปกรณ์ที่จะเสริมให้คุณบรรลุฝันได้ก็คือ Hercules DJ Console RMX ที่กำลังทดสอบและนำมากล่าวถึงนี้
ตัว DJ Console ที่ว่านี้ สามารถบอกได้อย่างเต็มปากว่า หน้าตาโง้วเฮ้งดูดีสมกับมืออาชีพจริงๆ ตัวเครื่องบุผิวด้วยอลูมิเนียมปัดผิว ตัดกับขอบข้างของตัวเครื่องสีดำด้านพร้อมกับตัวหนังสือขาว Hercules จึงดูขรึม งามสง่า บนแผงหน้าปัดจุดที่สะดุดตาเนื่องจากใหญ่กว่าเพื่อนก็คือ ปุ่ม Jog Wheel สีดำทั้งสองข้าง ซึ่งทำมาจากพลาสติก แต่เคลือบผิวด้วยยางหมือนกับซีลิโคน ตัว Jog Wheel จะทำหน้าที่เลื่อนแทรคเดินหน้าถอยหลัง หรือจะใช้ทำหน้าที่ Scratch ของเหล่าดีเจที่ชอบสแกรทช์แผ่น ที่พิเศษสำหรับความเมามันของดีเจก็คือ ตัว Jog สามารถปรับระดับความหนืดได้ด้วยการปรับสกรูที่อยู่ข้างใต้ของมัน การที่แยกเป็นสอง Jog เพราะตัวเครื่องแบ่งออกเป็นสองเดค (Deck) หรือถ้าเป็นสมัยก่อนก็คือเทิร์นสองตัว โดยทั้งสองเดคนี้ต่างก็มีปุ่มคอนโทรลของตัวเองแยกอิสระกัน เช่น ปุ่มเลื่อนสไลด์ปรับโวลุ่มซึ่งจะมีปุ่มสไลด์โวลุ่มตรงกลางสำหรับเป็นมาสเตอร์โวลุ่มเพื่อควบคุมระดับเสียงทั้งสองเดค ปุ่มสไลด์เฟดเดอร์ ลูกบิดปรับอีคิว (สูง กลาง ต่ำ) การปรับ Gain และปุ่มเอฟเฟคอื่นๆอีกหกปุ่ม โดยปุ่มกดจะเป็นฝาครอบพลาสติกใส ภายในจะฝังด้วยไฟ LED สีฟ้าเมื่อกดใช้งาน (แต่ไม่มีในปุ่มเอฟเฟคหกปุ่ม)
ในด้านของช่องต่ออินพุท/เอาต์พุททั้งหลายจะวางอยู่ด้านหลังเครื่องเกือบทั้งหมด คงมีช่องต่อไมค์และเฮดโฟนที่วางอยู่บนแผงหน้าปัดขอบมุมบนสุดสองข้าง 1 ชุด (ไมค์กับหูฟัง) พร้อมกับปุ่มปรับโวลลุ่มของไมค์ที่ติดอยู่ข้างๆ และตรงขอบตัวเครื่องด้านหน้าอีก 1 ชุด แต่ทั้งสองชุดไม่ได้ทำงานแยกอิสระกัน ต้องเลือกใช้ชุดใดชุดหนึ่ง ส่วนด้านหลังเครื่องจะเป็นช่องต่ออินพุท/เอาต์พุท อย่างละสี่จุด โดยแยกเป็นหัวต่อแบบ RCA สองชุดสำหรับต่อเครื่องเสียงบ้างสองชุด และช่องต่อแบบ Pro Gear ¼ นิ้วอีกสองชุดสำหรับต่อกับเครื่องเสียง PA (อย่าเพิ่งสับสนว่าทั้งหมดต่อได้อุปกรณ์สี่อย่างนะครับ ความจริงคือสองแหล่ง – source เพียงแต่แยกหัวต่อเพื่อวัตถุประสงค์การใช้งาน) อุปกรณ์ที่สามรถนำมาต่อช่องอินพุทเพื่อเป็นแหล่งโปรแกรมภายนอกก็อย่างเช่น เครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่น MP3 หรือ Turntable เป็นต้น และต้องไม่ลืมที่จะเลื่อนสวิทช์ระหว่าง Line/Phono ให้ตรงตามประเภทอุปกรณ์ด้วย และสุดท้ายคือ ช่องต่อสาย USB เพื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นแมคฯหรือพีซี ซึ่งสเปคที่ต้องการก็ไม่สูงนัก อย่างพีซีก็ตั้งแต่เพนเทียม 3 ความเร็ว 1GHz. ถ้าเป็นแมคก็ 1.5 GHz. ขึ้นไป
การติดตั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ยุ่งยาก แต่ก่อนอื่นให้นำแผ่นซีดีติดตั้งไดร์ฟเวอร์ก่อนที่จะเสียบสาย USB เข้ากับคอมฯ รอจนกว่าตัวโปรแกรมร้องขอแล้วค่อยเสียบ จากนั้นก็คลิกอีกไม่กี่คลิกก็ติดตั้งไดร์ฟเวอร์เสร็จ โดยระบบเสียงของคอมพิวเตอร์เราจะถูกเปลี่ยนไปใช้ระบบเสียงของ Hercules ที่มากับตัวเครื่องแทน สิ่งที่ต้องระวังอีกจุดคือ การต่อสาย USB นั้น ควรต่อโดยตรงระหว่างตัวคอนโซลกับคอมพิวเตอร์ อย่าต่อผ่าน USB Hub แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ เพราะช่องต่อไม่พอ ก็ขอให้ใช้ USB Hub ที่มีไฟเลี้ยงจากภายนอกด้วย เข้าใจว่าการต่อผ่านฮับอาจทำให้กำลังไฟที่ส่งเข้าไปเลี้ยงในตัวคอนโซลไม่เพียงพอ เนื่องจากตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ และปุ่มทำงานเยอะ เพราะตัวคอนโซลจะไม่มีสายไฟต่อแต่อย่างใด หลังจากติดตั้งไดร์ฟเวอร์เสร็จก็ถึงเวลาที่จะติดตังตัวโปรแกรม ซึ่งทาง Hercules ได้แถมตัว Virtual DJ version 5 DJC Edition ซึ่งโออีเอ็มจาก Atomix เพื่อใช้กับเครื่องนี้โดยเฉพาะ ดังนั้น เมื่อติดตั้งเสร็จก็สามารถใช้งานได้เลย ก็ไม่ต้องกำหนดคอนฟิกอะไรเพิ่มเติมอีก
The Wave Test
เมื่อติดตั้งทุกอย่างพร้อม โดยอุปกรณ์ที่ผมใช้ในการทดสอบคือ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก Pentium Duo Core ความเร็ว 1.8 GHz. หน่วยความจำ 2 GB. โดยต่อเอาต์พุทผ่านสายอะนาล็อกเข้าปรีแอมป์ เพื่อผ่านไปยังเพาว์เวอร์แอมป์อีกที โดยทั้งหมดเป็นเครื่องหลอดสูญญากาศ เมื่อโหลดโปรแกรมดีเจเสมือน (Virtual DJ) แล้ว ตัวคอนโซลจะเริ่มมีไฟสีฟ้าขึ้นในบางปุ่ม สิ่งที่เราต้องทำในอันดับต่อไปคือ การเพิ่มเพลงเข้าไปในรายการที่จะเปิด อย่างที่ได้กล่าวในตอนต้นว่า แหล่งโปรแกรมสามารถเป็นได้ทั้งภายในคือ เพลงที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ของเรา หรือจากภายนอก โดยเบื้องต้นผมลองใช้แผ่นซีดีที่ใส่เข้าไปในดีวีดีรอมของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในระหว่างที่เรากำลังเล่นเพลงจาก Deck A เราก็เตรียมเพลงสำหรับ Deck B ถ้าต้องการให้เสียงเพลงต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ก็ต้องใช้หูฟังเพลงจนถึงจุดที่จะต่อ เราก็กดปุ่ม Cue เพื่อให้เพลงเริ่มจากจุดนี้ทันทีเมื่อกดปุ่มเพลย์ ในระหว่างสองเดคนั้น เราอาจเปิดเพลงพร้อมกันทั้งสองก็ได้ โดยเลื่อน Cross Fader ซ้ายขวาเพื่อให้เสียงจากเดคที่ต้องออกออก หรือถ้าเลื่อนอยู่ตรงกลาง ก็เท่ากับว่า เสียงทั้งสองเดคจะออกมาในระดับความดังเท่ากันออกมาพร้อมกัน
ในระหว่างที่เปิดเพลงมันๆอยู่นั้น ถ้าอยากจะพูดแทรก ก็สามารถใช้ไมค์พูดแทรกได้ตามต้องการ แต่ว่าการพูดแทรกโดยที่เสียงเพลงไม่เฟดหายนั้น จะต้องพูดเพื่อกระจายออกลำโพงอย่างเดียว ไม่ใช่ทำการบันทึกเสียงซึ่งการพูดแทรกจะทำให้เสียงเพลงหายไปในขณะที่พูด จึงเป็นประเด็นเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคนที่ต้องการมิกซ์เสียงใหม่ ส่วนในด้ายเอฟเฟคนั้น อยุ่ที่ความสุนทรียะในอารมณ์ของแต่ละคน แต่จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ในกรณีที่มีการปรับแต่งเสียงแหลม/กลาง/ทุ้มไว้ ถ้าต้องการปรับคืนสู่ปรกติ การหมุนลูกปิดยังไงก็ไม่เที่ยงเท่ากับการกดปุ่ม Kill ซึ่งจะกลับเข้าสู่ระดับปรกติโดยไม่ต้องห่วงว่าหมุนมากหรือน้อยไป
จากการทดสอบทั้งเล่นจากแผ่นซีดีและเอ็มพี3 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ถือว่าทำงานได้ราบรื่นอย่างไม่มีปัญหา ส่วนที่อยากจะติงก็มีอยู่อย่างเดียวคือ ตัวโปรแกรมที่แถมมาหน้าตาถือว่าค่อนข้างอัปลักษณ์ ตอนแรกยังคิดว่าเป็นโปรแกรมเวอร์ชั่นสำหรับวินโดว์ส 3.1 หรือใช้กับ DOS ในสมัยก่อนเสียอีก เพราะ Graphic User Interface หยาบมากไม่สมกับคำว่าโปรเลย ดังนั้น มีอยู่ทางเดียวครับ หาเวอร์ชั่นใหม่ คือ Virtual DJ. 6.0 Pro ซึ่งในเบื้องต้นให้ทดลองใช้ได้ยี่สิบวัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเปิดโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่นี้ขึ้นมาจะเตือนให้อัปเดทไดร์ฟเวอร์ของตัวคอนโซลด้วย เนื่องจากไดร์ฟเวอร์เสียงใช้กับเวอร์ชั่นใหม่ไม่ได้ ถ้าเครื่องคอมฯต่อเน็ตอยู่กับอัปเดทได้เลยโดยอัตโนมัติ แต่เนื่องจากคอมที่ใช้ทดสอบไม่ได้ต่อเน็ต จึงต้องดาวน์โหลดต่างหาก แล้วดันไปเอาเวอร์ชั่นที่ใช้กับแมคฯมา เว็บไซต์เจ้ากรรมไม่รู้หวงอะไรนักหนา แจ้งว่าเกินลิมิตการดาวน์โหลด ต้องให้รอเกือบครึ่งชั่วโมงถึงยอมให้ดาวน์โหลดใหม่ โปรแกรมเวอร์ชั่นนี้หน้าปัดคอนโซลจะเป็นสีดำซึ่งต่างจากเวอร์ชั่นที่แถมมาเป็นสีเงินอลูมิเนียมเหมือนตัวเครื่อง แต่ GUI ดูดีสมกับค่ำว่าโปรอย่างแท้จริง การวางตำแหน่งของฟังก์ชั่นต่างๆ สมงาม และมีฟังก์ชั่นใช้งานเพิ่มเติมจากเติมอีกหลายรายการ ช่องลายชื่อเพลงจะมีภาพอัลบั้มให้เห็นด้วย (เพลงมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง) สำหรับปัญหาที่ถามกันในเว็บว่า เจอปัญหาเรื่องแฮงค์หรือหลุดนั้น สำหรับเวอร์ชั่นทดลองนี้ไม่เจอปัญหาแต่ประการใด ปัญหาที่เจอผมเข้าใจว่า น่าจะเกิดจากตัวโปรแกรมที่ผ่านการ Crack หรือนำรหัสปลอมที่เกิดจากการเจนมาลงทะเบียนมากกว่า สำหรับทางเลือกอื่นนั้น ผมได้ลองนำเอา Deckadance ของ Image Line มาลอง แต่ต้องปรับคอนฟิกแต่ละจุดซึ่งยุ่งยากพอสมควร และตัว Jog Wheel จะไม่สามารถทำหน้าที่ Scratch ได้ เนื่องจากตัว Deckadance จะสนับสนุนเครื่อง Serato Scratch Live และเครื่อง Scratch อีกหลายยี่ห้อโดยตรง
หลังจากที่ได้ทดสอบมาพอสมควร (จนทางต้นสังกัดต้องโทรมาทวงต้นฉบับ) แล้ว ได้ข้อสรุปว่า Hercules DJ Console RMX ตัวนี้ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับดีเจที่นำไปเล่นที่ไหนแล้วไม่อายใคร เพียงแค่มีคอนโซลตัวนี้และโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง ก็สามารถที่จะสนุกได้ไม่จำกัดสถานที่แล้ว ไม่ว่าจะงานปาร์ตี้ครอบครัว งานเพื่อนฝูง หรือจะนำไปรับจ๊อบก็คงนำไปเล่นอวดได้ไม่อายใคร หากจะมีทีตำหนิบ้าง ก็ตรงซอฟต์แวร์นี่แหละ ถ้าหากทางผู้ผลิตสามารถอัปเกรดเวอร์ชั่นได้ก็จะดีมาก สำหรับจุดที่สื่อต่างประเทศมักจะติงกันคือเรื่องน้ำหนักนั้น ผมกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดีเสียอีก เพราะดูแข็งแรงมันคง ไม่ใช่เบาหยองโยก scratch ไม่กี่ทีแล้วหล่นจากโต๊ะไปเลย

































































No Comment Received
Leave A Reply