<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>Audio Resource Blog</title>
	<link>http://www.audioresource.net/blog</link>
	<description>The Audiophiles&#039; Resource</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jun 2011 05:20:01 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.2.1" -->

	<item>
		<title>Tablet Round-up</title>
		<description><![CDATA[ยุคของกระดานชนวนอิเลคทรอนิกส์มาถึงซะที และดูท่าจะแรงไม่น้อยเมื่อผู้ผลิตแต่ละรายเริ่มทยอยปล่อยหมัดเด็ดของตัวเองออกสู่ตลาด แม้แต่นักการเมืองบ้านเรายังนำเอาแท็บเล็ตมาชูเป็นนโยบายหาเสียงเพื่อนำไปแจกแก่นักเรียนคนละเครื่องเพื่อใช้แทนตำราเรียน ซึ่งว่ากันตามหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ควรทำ เพียงแต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงจุดนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการโปรแกรมหรือเนื้อหาในรูปแบบอิเลคทรอนิคส์ให้พร้อมเสียก่อน และที่สำคัญการอบรมครูผู้สอนก่อนที่จะเพียงแค่ตั้งงบประมาณจัดซื้อ แล้วสุดท้ายก็ได้ประโยชน์ไม่ต่างจากไม้ตีแมงวัน และถึงเวลาตั้งงบจริง ไม่ใช่ไปตั้งราคาใกล้กับไอแพดละ เพราะรัฐบาลอินเดียทำโครงแท็บเลตแจกนักเรียนไปแล้วตั้งแต่ต้นปี โดยของเขาราคาเพียง 1050 บาทเอง และยังประกาศอีกว่า จะพยายามให้ลงมาเหลือ 800 กว่าบาท &#160; &#160; สำหรับความเคลื่อนไหวทางด้นแท็บเล็ตในบ้านเรานั้น เริ่มจะมีความคึกคักขึ้นเรื่อยๆ และที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญหรือ การเปลี่ยนแปลงด้านราคา(ของแบรนด์อื่นนอกเหนือจาก iPad) ดังจะเห็นได้จากในงาน Mobile Expo 2011 ที่เพิ่งปิดฉากไปหมาด ซึ่งจะเห็นความเคลื่อนไหวของแบรนด์ต่างๆดังนี้ Samsung ยี่ห้อที่น่าจะถือเป็นเบอร์สองด้านแท็บเล็ตที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจาก Galaxy Tab เมื่อปีที่แล้ว ในงานนี้ก็ได้นำเอารุ่นขนาด 5 นิ้วมาเล่นราคายั่วน้ำลายคนอยากได้แท็บด้วยราคา 7,900 บาท ซึ่งตอนแรกที่เห็นก็ถึงกับหวั่นไหนไปด้วยจนคิดจะสั่งจองแล้ว แต่เมื่อพินิจพิเคราะห์ด้านสเปคแล้ว ต้องกลับลำทันที เนื่องจากรุ่นนี้จะตัด GPRS/Edge ออกหมด เหลือเพียงไว-ไฟเท่านั้น ลำพังตัดแค่ 3G ยังไม่เท่าไร เมื่อคำนึกถึงว่า การใช้แท็บก็เพื่อความสะดวกในการต่อเน็ตหรือเช็คเมลในงามที่เดินทางอยู่ในรถ/รถเมล/รถไฟฟ้า แต่เมื่อใช้ได้เฉพาะไว-ไฟ [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/tablet/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ViVO Cool! – The Cool Hi-def Player</title>
		<description><![CDATA[ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเล่นไฮเดฟที่มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการสรรหาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆมาตอบสนองความต้องการของแฟนๆอย่างไม่ขาดสาย คงทำให้ผู้บริโภคสบายใจได้ที่ซื้อเครื่องเล่นไฮเดฟจากตัวแทนที่ทำตลาดอย่างจริงจัง ไม่ใช่ประเภททำเป็นสินค้าเสริมตามกระแส จึงขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่กำลังกล่าวถึงคือ บริษัท ดิจิตอล โปร จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องเล่นไฮเดฟ ViVo หลังจากที่ได้ผ่านตากับประสิทธิภาพของ ViVO Cute เครื่องเล่นไฮเดฟจิ๋ว แต่คุณภาพคับกล่องมาแล้วใน The Wave เมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้ทางตัวแทนจำหน่ายได้นำเอารุ่นใหม่ที่ไฉไลยิ่งขึ้น ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูเพรียวบาง ฉีกกรอบรูปร่างเดิมๆที่เราเห็นกันจนชินตา คือ เป็นกล่องหนาในขนาดที่แทบจะเท่าหรือใกล้เคียงกัน แต่ ViVO Cool! รุ่นนี้มาในสลิมเคส กล่องที่มีความหนาเพียง 4.5 ซม.โดยประมาณ (รวมยางรองฐาน) แต่จะเพิ่มพื้นที่ด้านกว้างและลึก เพื่อประโยชน์ใช้สอยและการระบายความร้อนที่ดี ด้านนอกตัวกล่องปิดด้วยพลาสติก และด้านหน้าจะเป็นพลาสติกดำโปร่ง ภายในเป็นจอแสดงผลด้วยไฟแอลอีดีสีฟ้าขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อตั้งวางหรือเปิดเครื่อง จึงแลดูสวยงาม โดดเด่นด้วยแสงไฟสีฟ้าที่อ่านง่าย แม้จะอยู่ห่างจากตัวเครื่องก็ตาม แม้ว่าตัวกล่องจะห่อหุ้มด้วยพลาสติก และมีขนาดบาง แต่ตัวเครื่องก็ไม่ได้ติดตั้งพัดลมระบายความร้อนมาแต่อย่างใด เนื่องจากด้านล่างจะเป็นแผ่นอะลูมิเนียม อันเป็นแชสซีติดตั้งแผงวงจร จึงทำหน้าที่ระบายความร้อนไปในด้วย ในขณะที่ตัวแผ่นอะลูมิเนียมจะมีการเจาะช่องระบายค่อนข้างโปร่ง นอกจากนั้น ในตัวกล่องเองก็มีช่องระบายอากาศเจาะไว้ทุกด้าน ยกเว้นด้านหน้าที่เป็นหน้าปัดแสดงผล ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะจากที่ทดสอบชมภาพยนตร์โฮเดฟต่อเนื่องหลายชั่วโมงติดต่อกัน [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/vivo-cool/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Glasses-free 3D TV (โทรทัศน์ 3D แบบไม่ต้องสวมแว่น)</title>
		<description><![CDATA[ปี 2010 ถือเป็นปีที่คึกคักสำหรับตลาดโทรทัศน์ 3D ในบ้านเรา ซึ่งผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อต่างก็เข็นเอาเครื่องรับโทรทัศน์และเครื่องเล่นบลูเรย์ระบบสามมิติเข้ายึดหัวหาดกันตลอดทั้งปี แต่ก็ดูเหมือนจะคึกคักไปได้ระยะหนึ่ง เนื่องจากหลายคนได้สัมผัสกับของจริงแล้ว ต่างมีความรู้สึกว่า “ยังไม่ใช่” เนื่องจากการชมภาพสามมิติกับแว่นตาส่วนใหญ่จะรู้สึกมึนงงไม่มากก็น้อย เนื่องจากความเคลื่อนไหวของภาพยังคงไม่สมูธไหลลื่นดีเป็นธรรมชาติ บางยี่ห้อก็ภาพสะดุดเมื่อมีการขยับมุมแว่นตา ส่วนในด้านของซอฟต์แวร์นั้น แม้ว่าจะเริ่มมีภาพยนตร์ระบบ 3D ออกมาไม่ขาดระยะก็ตาม แต่คิดว่าตลาดจะถึงจุดที่เติบโตจริงๆคงต้องรอให้พัฒนาระบบภาพสามมิติโดยไม่ต้องสวมแว่นนั่นแหละถึงจะ “ใช่เลย” แม้ว่าโตชิบาจะแนะนำเครื่องรับโทรทัศน์ 3D แบบไม่ต้องสวมแว่นให้เห็นแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นจอขนาดเล็กเพียงสิบกว่านิ้ว เหตุผลคือ เทคนิคการสร้างภาพสามมิติแบบ Auto Stereocopic นั้น ตัวจอจะทำหน้าที่หักเหข้อมูลภาพออกเป็นข้างซ้ายและขวาแทนที่จะใช้แว่นในการเปิดปิดซ้ายขวา วิธีนี้ทำให้การชมต้องอยู่ในตำแหน่งและระยะที่ตายตัวซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการชมในครอบครัว ดังนั้น เราจึงเห็นอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเกมและโทรศัพท์มือถือนำระบบนี้มาใช้จึงไม่มีปัญหา และอีกกรณีหนึ่งคือ เมื่อแยกสัญญาณภาพเป็นซ้ายขวา ทำให้ความละเอียด Full-HD ที่1920&#215;1080 พิกเซลก็จะลดลงเหลือเพียง 960 พิกเซลเท่านั้น ดังนั้น การนำเทคนิค Auto Stereocopic มาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์นั้น ก็ต้องพัฒนาความละเอียดของภาพให้เป็น 4 เท่าของFull-HD หรือ 4K ในระบบ 2D และเมื่อชมในระบบ 3D แล้วก็จะได้ความละเอียดแบบ [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/glasses-free-3d-tv-%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c-3d-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Cube X-zyte Pro500R – the Excitement of Recordable Hi-def Player</title>
		<description><![CDATA[เอ่ยถึงชื่อ Cube เชื่อว่าหลายคนรู้จัก แต่มีอีกหลายคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้ ความจริงชื่อนี้เข้ามาอยู่ในตลาดเมืองไทยมาหลายปีแล้ว โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมัลติมีเดียโดยเฉพาะ อย่างเช่นหูฟัง ลำโพง เครื่องนำทางด้วยพิกัดดาวเทียมหรือ GPS Navigator และล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ได้เพิ่มเครื่องเล่น Harddisk Multimedia Player หรือที่พวกเราร่วมใหญ่เรียกกันสั้นๆจนติดปากคือ เครื่องเล่นไฮเดฟนั่นเอง Cube ได้แนะนำเครื่องเล่นไฮเดฟทั้งหมดสองรุ่นด้วยกัน คือรุ่น Cube X-zyte Pro300 ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมชิปเซ็ต RTL1073 และรุ่น Cube X-zyte Pro500R ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุดของ Realtek RTL1283DD+ และหน่วยความจำ DDR2 ความจุ 256 MB. ซึ่งสูงว่าหน่วยความจำของเครื่องเล่นทั่วไปที่มีเพียง 128 MB. เท่านั้น ชิปเซ็ตรุ่นนี้นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นภาพยนตร์แบบ Full-HD ให้มีความไหลลื่นได้ดีและสีสันที่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังเพิ่มฟังก์ชั่นการบันทึกรายการโทรทัศน์ในความละเอียดสูงได้ด้วย โดยสามารถตั้งเวลาบันทึกตามช่วงเวลาที่ต้องการได้ Cube X-zyte Pro500R มาในกล่องอะลูมิเนียมปัดหยาบสีดำ ด้านหน้าเป็นแผ่นพลาสติกดำ สกรีนโลโก X-zyte และสัญลักษณ์ต่างๆแบบเรืองแสง [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/cube-x-zyte-pro500r-%e2%80%93-the-excitement-of-recordable-hi-def-player/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Boston Acoustics Duo-i Plus – Great Sound iPod Dock</title>
		<description><![CDATA[ลำโพงสำหรับเครื่อง iPod/iPhone ที่วางขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมาจากผู้ผลิตสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่ผลิตพวกอุปกรณ์มัลติมีเดีย โดยกลุ่มนี้จะเป็นผู้ผลิตกลุ่มแรกๆ เนื่องจากเดิมอยู่ในตลาดไอทีอยู่แล้ว จึงอาจมองเห็นโอกาสก่อนเพื่อน อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มผลิตเครื่องเสียง ซึ่งเข้าสู่ตลาดนี้ภายหลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงและภาพชั้นนำ และผลิตภัณฑ์ของทั้งสองกลุ่มดังกล่าวพวกเราส่วนใหญ่ได้สัมผัสมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งต่างก็มีแนวคิดและจุดเด่นในผลิตภัณฑ์ของตนไปกันคนละด้าน ตามความถนัดของแต่ละราย สำหรับผู้ผลิตที่มาจากผู้ผลิตลำโพงไฮไฟนั้น ถือว่ามีให้เห็นไม่บ่อยนัก อย่างบอสตัน อะคุสติกส์ (Boston Acoustics) ที่เริ่มต้นจากการผลิตลำโพงระดับคุณภาพตั้งแต่ยุคปี 1970s ระยะหลังก็หันมาเอาดีกับผลิตภัณฑ์ประเภทไลฟ์สไตล์มากขึ้น และที่หนีไม่พ้นคือ iPod Dock ดังเช่นเครื่อง Duo-i Plus ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้เป็นต้น และนี่ถือเป็นลำโพง iPod Dock ที่ทำการทดสอบโดยมาจากผู้ผลิตลำโพงเครื่องเสียงชั้นนำ แม้จะไม่อยากตั้งธงไว้ล่วงหน้าว่า iPod Dock ที่มาจากผู้ผลิตลำโพง เสียงจะต้องดีกว่าผู้ผลิตที่มาจากอุตสาหกรรมอื่นก็ตาม แต่ใครปฏิเสธได้ว่า อย่างไรเสียเราก็คงเชื่อว่าหยั่นหว่อหยุ่นย่อมผลิตซีอิ๋วที่รสชาติกลมกล่อมกว่าในขณะที่หากเป็นน้ำปลาก็ต้องมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตน้ำปลาอย่างทิพรสเป็นแน่แท้ ส่วนความเชื่อนี้จะเป็นจะเป็นจริงหรือไม่นั้น เราค่อยๆว่ากันต่อดีกว่า แต่เบื้องแรกที่เห็นนั้น ในด้านของการออกแบบนั้น คงต้องยอมรับถึงความประณีต พิถีพิถันของทางผู้ผลิตที่จัดวางตำแหน่งต่างๆของหน้าจอ ปุ่มต่างๆได้อย่างสวยงาม โดยเน้นความสมดุล เรียบง่าย และที่สำคัญคือ มีคุณภาพและใช้งานง่าย อย่างหน้าจอ LCD [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/boston-acoustics-duo-i-plus/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Tablet PC War has Just Begun</title>
		<description><![CDATA[ปี 2010 หรือปีเสือดุผ่านพ้นไปแล้ว หากว่ากันในวงการมัลติมีเดียแล้ว ปี 2010 น่าจะเป็นปีของแอปเปิล เพราะไปได้ดีทั้งโทรศัพท์มือถือด้วยการปล่อยไอโฟน 4 ตลอดจนไอพ็อตที่มีการปรับปรุงใหม่ทั้งกระบิ และที่ถือเป็นดาวรุ่งและตัวทำเงินน่าจะเป็นไอแพด (iPad) เพราะแทบจะฉายเดี่ยวอยู่ยี่ห้อเดียวมาตลอด กว่าจะมีคู่แข่งโผล่มาก็ตอนท้ายๆของปีแล้ว จนไอแพดสามารถกวาดยอดขายไปได้กว่า 10 ล้านเครื่อง แม้ว่าคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy Tab จะออกมาหลังจนตะวันสายโด่งแล้ว แต่ก็ถือว่ามาแรงทีเดียว เพราะพอ(ปี)เสือดุเดินคล้อยหลังไปไม่ทันไร ทางซัมซุงก็ออกมาประกาศความสำเร็จด้านยอดขายของ Galaxy Tab ที่สามารถกวาดยอดขายไปได้แม้ไม่สูงเท่าแอปเปิลก็ตาม แต่ก็ได้ถึงหนึ่งล้านเครื่อง ส่วนที่ผู้คนเฝ้าจับตาคือ BlackBerry PlayBook ของค่าย Research in Motion ที่อยู่ในระดับคู่ชกที่พอฟัดพอเหวี่ยงซึ่งกำหนดจะวางตลาดปีนี้ นี่เพียงแค่เชิดปี่กลองเท่านั้น ในขณะที่คู่ชกอีกจำนวนมากยังไม่ทันขึ้นสู่สังเวียนเลย ทั้งไอแพดและกาแลคซี่แท็ปก็กวาดยอดไปคนละหลักล้านขึ้นแล้ว และ Forrester Research คาดการณ์ว่า ปีกระต่าย 2011 นี้ยอดขายของตลาดทั้งระบบจะเพิ่มขึ้นเป็น 54.8 ล้านเครื่อง และจะเพิ่มเป็นกว่า 208 ล้านเครื่องในปี 2014 จะเห็นได้ว่าตลาดนี้มันหอมหวนแค่ไหน จึงไม่แปลกหากปีนี้เราจะเห็น [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/tablet-pc-war-has-just-begun/</link>
			</item>
	<item>
		<title>TViX-HD Slim S1 Premium Multimedia Player</title>
		<description><![CDATA[TViX เป็นชื่อที่เหล่านักชื่นชอบไฮเดฟรู้จักกันมาหลายปีแล้วในฐานะเครื่องไฮเดฟระดับพรีเมี่ยมจาก Dvico Inc. ประเทศเกาหลี ที่ได้รับการยอมรับของแฟนไฮเดฟระดับนานาชาติ ผมเคยมีโอกาสทดสอบรุ่น M-6500A เมื่อประมาณสองปีก่อนที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่น SMP8635 จาก Sigma Designs หลังจากนั้น คู่แข่งต่างทยอยออกมาและส่วนใหญ่จะใช้ชิปเซ็ตจากค่าย Realtek และปัจจุบันนี้ เครื่องเล่นไฮเดฟส่วนใหญ่จะใช้ชิปเซ็ตจากค่ายนี้ โดยรุ่นที่มักนิยมนำมาใช้กันคือ RTD 1073 ส่วน TViX-HD Slim S1 นี้ใช้ชิปเซ็ตจากค่าย Realtek เช่นกัน แต่หันไปใฃ้รุ่น RTD-1283DD ที่ใหม่กว่า การที่ TViX-HD Slim S1 หันมาใช้ชิปเซ็ต Realtek รุ่น RTD-1283DD แทนที่จะใช้รุ่น RTD 1073 เหมือนเครื่องเล่นไฮเดฟส่วนใหญ่นั้น เนื่องจาก RTD 1073 เมื่อเทียบกับ รุ่น SMP8635 จาก Sigma Designs แล้ว ยังถือว่า RTD [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/tvix-hd-slim-s1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ศตวรรษแห่งการพัฒนาของโทรทัศน์</title>
		<description><![CDATA[พวกเราอาจคุ้นเคยกับรูปทรงของเครื่องรับโทรทัศน์ที่เป็นกล่องสีเหลี่ยมหนาๆ และก็ถือว่าเป็นรูปทรงอมตะที่อยู่คู่กับคนเรายาวนานที่สุด ก่อนที่จะแปลงโฉมเป็นแผ่นบางๆในฟอร์แมตของ LCD ดังเข่นปัจจุบันนี้ ในยุคแรกที่แปลงโฉมเป็นจอขนาดบางนั้น นอกจากด้านรูปทรงแล้ว ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานแทบจะไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมไปจากจอหลอดเลย และความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏเมื่อปีสองปีหลังนี้เอง หลังจากที่เราเข้าสู่ยุคสังคมดิจิตอลออนไลน์ สิ่งที่เริ่มปรากฏให้เห็นก่อนใครเพื่อนคือ ความละเอียดสูง (High Definition) และก็ค้างคาอยู่ ณ จุดนี้อีกหลายปี ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ทีวี 3 มิติ แล้วก็การต่อเชื่อมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หากนับตั้งแต่ที่ Philo Farnsworth สร้างเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องแรก (ที่ใช้งานได้จริง ไม่นับรวมก่อนหน้านั้นที่อยู่ในช่วงทดลองจากบุคคลอื่นๆ) ในปี 1927 (นำออกแสดงจริงในวันที่ 1 กันยายน 1928) ถึงวันนี้ก็เบ็ดเสร็จ 83 ปี หากนับอายุสำหรับสินค้าอิเลคทรอนิคส์ดิจิตอลแล้ว ก็ถือว่าเป็นประวัติอันยาวนาน และถือว่าการเดินทาง (พัฒนา) ในช่วงแรกกว่าครึ่งของช่วงเวลาการพัฒนาถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก หลังจากที่ Philo Farnsworth นำเครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้งานได้จริงออกแสดงครั้งแรกแล้ว ในปีถัดมา หรือปี 1929 เครื่องรับโทรทัศน์ก็ได้นำมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติ โดยมีการออกอากาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมัน และหลังจากนั้น ในปี 1936 การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงเบอร์บิน โทรทัศน์เริ่มมีบทบาทด้วยการถ่ายทอดสดให้ได้ชมกันในกรุงเบอร์ลินและเลียบซิก [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/tv-development/</link>
			</item>
	<item>
		<title>MEDE8ER &#8211; The Hi-def Mediator</title>
		<description><![CDATA[เครื่องเล่นไฮเดฟที่มีนามแปลกๆว่า MEDE8ER นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Sanji Electronics (Pty) Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอัฟริกาใต้ที่เพิ่มจัด FIFA World Cup 2010 ที่ผ่านมา  สำหรับผลิตภัณฑ์จากประเทศนี้ ต้องยอมรับว่าผมมีโอกาสได้สัมผัสน้อยมาก นี่น่าจะเป็นครั้งแรกสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ด้านภาพและเสียงจากประเทศนี้ สำหรับชื่อยี่ห้อนั้น หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วมันจะออกเสียงอย่างไร แม้ว่าผมลองค้นหาข้อมูลแล้วจะหาไม่เจอ แต่ผมพอจะประมาณได้ว่า มันน่าจะอ่านว่า มี-เดีย-เอ-เตอร์ กล่าวคือ เมื่อเราแตกตัวเลข 8 ออกมาก ก็จะได้เป็น Eight ซึ่งออกเสียงเป็น “เอ๊ท” และหลังเลข 8  มี “ER” ต่อท้าย เมื่อนำมาเชื่อมต่อกันก็จะได้ว่า “MEDEEIGHTER” ซึ่งเป็นการเล่นคำเพื่อให้พ้องเสียงกับคำว่า “Mediator” ตัวเครื่อง MEDE8ER MED500X มีขนาดใหญ่ตามไซส์มาตรฐานทั่วไป มาในกล่องพลาสติกสีดำทะมึนดูน่าเกร็งขาม ด้วยโครงสร้างที่ดูแข็งแรง งานเก็บที่ประณีตเรียบร้อย ด้านหน้าเป็นแผ่นพลาสติกข้างในฝังแผงวงจรแสดงผลแบบแอลอีดี และวางปุ่มควบคุมต่างๆด้านล่างของหน้าปัด ซึ่งทำให้สะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องอาศัยรีโมท ปุ่มควบคุมเหล่านี้ได้รับการออกแบบเหมือนกับปุ่มของเครื่องเสียงชั้นนำทั่วไป ด้านขวาของตัวกล่องจะเป็นช่องต่อยูเอสบี 3 ช่อง [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/mede8er/</link>
			</item>
	<item>
		<title>BenQ W1000 Full-HD Video Projector</title>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ได้เครื่องโปรเจ๊กเตอร์ตัวนี้มา ผมยังเข้าใจว่า น่าจะเป็นโปรเจ๊กเตอร์ที่ใช้ในวงการธุรกิจเป็นเหลัก ประกอบข้อมูลเท่าที่รับทราบมาบ้างในระดับของราคาในต่างประเทศที่สามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำกว่า 1000 เหรียญด้วย แต่สิ่งที่ผมเข้าใจกลับผิดถนัด หลังจากที่ได้สัมผัสและลงมือทดสอบแล้ว แม้ว่าโดยลักษณะการออกแบบของตัวเครื่องแล้ว จะครอบคลุมการใช้งานอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะนำไปใช้สำหรับในการนำเสนองานทางธุรกิจ การนำไปใช้ในห้องนักเล่นที่ค่อนข้างสว่าง หรือใช้ในห้องชมภาพยนตร์ที่มีระบบการปรับแสงโดยเฉพาะ เนื่องด้วยความสว่างของตัว BenQ W1000 นี้อยู่ในระดับสูงถึง 2000 Lumen โดยเฉพาะเมื่อปรับไปใช้ Dynamic mode เพราะจากที่ผมได้ทดสอบในห้องนั่งเล่น ซึ่งหลอดไฟแสงสว่างสามารถควบคุมได้เป็นส่วนตอน ผมลองปิดไฟไปครึ่งห้อง ส่วนที่เหลือนั้นก็มีความสว่างมากพอสมควร แต่ภาพยนตร์ที่ผมลองบนหน้าจอนั้น ยังสามารถมองเห็นรายละเอียดได้ดีมาก เพียงแต่การใช้ Dynamic mode อาจทำให้สีเขียวมากเกินไป (คงต้องเลือกให้เหมาะกับประเภทเนื้อหาที่จะใช้) การที่ BenQ W1000 สามารถให้ความสว่างในอัตราที่สูงเช่นนี้ เพราะการจัด Color Wheel เป็น 6 เซ็กเมนต์ที่ความเร็ว 2X และใช้หลอด 180 วัตต์ (ซึ่งไม่สูงนักเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ) ความเร็วของตัว Color Wheel จะมีผลดโดยตรงกับความสว่าง คือ ยิ่งช้าความสว่างยิ่งสูง แต่สิ่งที่ตามมาสำหรับความเร็วต่ำๆก็คือ [...]]]></description>
		<link>http://www.audioresource.net/blog/benq-w1000/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

