ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะให้เอาเจ้าตัว ButtKicker มาทดสอบนั้น ผมยังงงคิดไม่ออกว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร และจะเอาใช้งานกับอะไร จนเมื่อของมาถึงมือแล้ว ยังต้องนั่งอ่านคู่มือซึ่งก็มีแค่ไม่กี่หน้าเสียหลายรอบถึงจับต้นชนปลายถูก
ก็จะไม่ให้งงยังไงไหว ก็ตั้งชื่อซะน่ารักน่าชังอย่าง ButtKicker ครั้นจะแปลเป็น “ตัวฟาดก้น” มันก็กระไรอยู่ เพราะหากแยกคำภาษาอังกฤษแล้ว Butt ก็หมายถึงสะโพกหรือก้น ส่วน Kicker หมายถึงผู้เตะ ยิ่งเมื่อแกะกล่องออกมาดูแล้ว เห็นมีกล่องสีดำขนาดประมาณ 8 คูณ 9 นิ้ว สูง 3.5 นิ้วซึ่งเขียนไว้ว่าเป็นแอมปรีไฟเออร์ พร้อมกับก้อนสีดำอีกหนึ่งตัวที่ดูคล้ายกับลูกสูบขนาดเล็กของเครื่องอะไรสักอย่าง แล้วมันจะ“ฟาดก้น”ยังไง และมันเกี่ยวข้องกับเครื่องเสียงยังไง ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามเต็มหัวไปหมด พร้อมๆกับความอยากรู้มากขึ้นว่า จะทำให้เจ้า ButtKicker ใช้งานได้อย่างไร
เมื่อศึกษาจากคู่มือและข้อมูลในเว็บไซต์แล้ว ก็เริ่มเข้าใจคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ก็ต้องยอมรับความคิดของผู้ออกแบบที่รู้จักนำเอาสิ่งที่คนอื่นไม่ให้ความสำคัญมาใช้ประโยชน์ นั่นคือเสียงความถี่ต่ำในย่าน 5 – 200 Hz. ซึ่งเป็นย่านความถี่ของเสียงที่คนเราไม่สามารถได้ยิน และสำหรับลำโพงเองก็จะตัดความถี่ในย่านนี้ออกไป แต่ ButtKicker จะใช้ประโยชน์ในย่านความถี่นี้มาสร้างความหฤหรรษ์ให้กับการชมภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเล่นเกมของเรา ด้วยการนำเอาความถี่ในย่านนี้ไปทำให้ลูกสูบเกิดความสั่นไหวทางคลื่นแม่เหล็ก และส่งแรงสั่นไหวนั้นสู่วัตถุที่อยู่ติดกับมัน เช่นเก้าอี้ โซฟา เป็นต้น เมื่ออธิบายถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านเริ่มมองเห็นภาพประโยชน์ใช้สอยของ ButtKicker แล้ว หรือถ้าหากจะกล่าวแบบรวบรัดในคำจำกัดความของมันก็คือ ซับวูฟเฟอร์นั่นเอง เพียงแต่ ButtKicker เป็นซับวูฟเฟอร์ที่คุณสามารถ “รู้สึก” ได้ แต่ไม่สามารถได้ยินเหมือนซับวูฟเฟอร์ที่เราใช้กันตามปรกติ

ButtKicker Setup
ในชุด ButtKicker ที่บรรจุมาในกล่องนั้น ประกอบด้วย ButtKicker Amplifier BK A300-4 ซึ่งเป็นแอมปรีไฟเออร์เพื่อรับและส่งออกความถี่ต่ำโดยเฉพาะ โดยด้านหลังเครื่องจะมี Speaker Output binding post ซึ่งเอาไว้ต่อสายลำโพงออกไปสู่ตัว ButtKicker Advance ซึ่งเป็นตัวที่สร้างความสั่นไหว สำหรับสายลำโพงที่เหมาะแก่การนำมาต่อนั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้สายขนาดอย่างน้อย 14 gauge ซึ่งมีแกนนำสัญญาณที่ใหญ่พอสมควร แต่ถ้าต้องวางตัว ButtKicker Advance ห่างจากแอมปรีไฟเออร์มากยิ่งขึ้น สายลำโพงที่นำมาใช้ก็ควรจะใหญ่กว่านี้ ถัดจากตัวไบดิ้งโพสต์แล้ว ก็จะเป็นช่อง IR In/Out หรือช่องต่ออินฟราเรด เนื่องจากเราสามารถต่อ ButtKicker พร้อมกันหลายๆเครื่อง (ในกรณีที่มีเก้าอี้หรือโซฟาหลายตัว) แบบอนุกรม เราสามารถที่จะเชื่อมช่อง IR เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถควบคุมได้จากรีโมทในจุดเดียวได้พร้อมกัน ถัดจากนั้นจะเป็นช่อง RF Receiver ซึ่งเป็นช่องรับสัญญาณวิทยุจากตัวส่ง (RF Transmitter) สำหรับรีโมทคอนโทร ช่องนี้จะมีลักษณะเหมือนกับช่องเสียบ USB ทุกประการ แต่อย่าเผลอเอายูเอสบีไดร์ฟไปเสียบแทนละ ถัดจากนั้นไปทางขวาอีกนิดก็จะเป็นช่อง RCA Line Out/In อย่างละช่อง พอเห็นช่องอย่างนี้แล้ว หลายคนอาจงงว่า ทำไมไม่เห็นเหมือนแอมปรีไฟเออร์เครื่องเสียงที่เราใช่กันทั่วไป ก็เพราะนี่คือแอมป์ฯสำหรับความถี่ต่ำโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ได้เน้นเสียงสเตริโอช่องซ้ายขวา จึงให้มาเพียงช่องเดียว สำหรับช่อง Line In เป็นการต่อสัญญาณที่มาจากเอวี รีซีฟเวอร์ หรือปรีแอมป์ของเรา (สำหรับปรีแอมป์สองแชนแนล ให้นำเอาสายต่อแชนแนลซ้ายหรือขวาเพียงช่องเดียวเข้ามา) ที่ระดับสัญญาณ 100mVolt ส่วนช่อง Line-Out นั่นนำมาต่อเชื่อกับเครื่อง ButtKicker ตัวอื่นแบบอนุกรม ซึ่งช่องต่อหลักๆก็มีเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นช่องเสียบสายไฟเอซีและสวิตช์ปรับแรงดันไฟ 110/230 โวลท์ ซึ่งช่องนี้ทางตัวแทนจำหน่ายได้ปรับในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว และได้นำเอาแผ่นพลาสติกใส่ปิดเพื่อไม่ให้ไปปรับโดยไม่ได้ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์อันจะก่อนให้เกิดความเสียหายได้ ถือเป็นความรอบคอบของตัวแทนที่ดี
นั่นคือช่องต่อทั้งหมดของด้านหลัง ButtKicker Amplifier ส่วนด้านหน้านั้นเรียบๆแทบจะไม่มีปุ่มอะไรให้เรากดเลย ที่จะมีให้กดก็ปุ่มเพาเวอร์ซึ่งเป็นไฟ LED สามสี ปุ่มปรับความเข้ม (Intensity) ของสัญญาณ (เหมือนปุ่มปรับระดับเสียง +/- แต่ที่ไม่เรียกปุ่ม Volumeก็เพราะเครื่องนี้ไม่ได้ส่งเป็นสัญญาณเสียงออกมา) และอีกหนึ่งจุดคือจุดรับสัญญาณอินฟราเรด ซึ่งถ้ามองเปรียบเทียบกับซับวูฟเฟอร์แล้วก็ถือว่าหลักการเดียวกัน เพียงแต่ซับวูฟเฟอร์นั้นจะนำเอาตัวแอมปรีไฟเวอร์เก็บไว้ในตู้ และปุ่มปรับต่างๆอยู่ที่ด้านหลังตัวตู้เท่านั้น
การติดตั้งนั้นไม่ยากอย่างที่คิดครับ เพียงแต่สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอาจงงนิดหน่อย เนื่องจากคู่มือภาษาอังกฤษที่ให้มาไม่ค่อยละเอียดนัก ถ้าหากนำภาพประกอบมาอธิบายอาจจะทำให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น หลักใหญ่ๆในการต่อก็คือ นำเอาสัญญาจากเอวีแอมป์ของเราจากช่องซับฯมาต่อเข้าที่ RF Transmitter แต่สำหรับผมเนื่องจากใช้ซับวูฟเฟอร์ที่มีช่องต่อ Line Out ผมเลยนำเอาสาย RCA ที่ให้มาต่อจากด้านหลังซับแทน วิธีนี้จะทำให้เราสามารถใช้งานซับพร้อมๆกับ ButtKicker ได้ ส่วนในช่องไบดิ้งโพสต์นั้น ให้นำเอาสายลำโพงซึ่งจะเป็นหัวบานาน่าหรือสายเปลือยมาต่อก็ได้ ปลายอีกข้างของสายลำโพงก็นำไปต่อเข้ากับตัว ButtKicker Advance ซึ่งจะต้องนำไปติดตั้งที่โซฟา
ด้านการติดตั้ง ButtKicker Advance นั้น ก่อนอื่นต้องนำมาติดตั้งบนแผ่นรองพลาสติกที่ให้มา ซึ่งจะมีช่องสำหรับการขันน็อตพร้อมน็อตมาให้ก่อน จากนั้นนำมาวางใต้ขาโซฟาขาใดขาหนึ่งในกรณีที่เป็นโซฟาที่มี 4 ขา แต่ถ้าเป็นโซฟายาวที่มี 6 ขา ให้นำไปไว้ใต้ขาใดขาหนึ่งในตรงกลาง ส่วนที่เหลือให้นำเอายางรอง (Isolator) ใส่ การใส่ยางรองขานั้น นอกจากจะเป็นการปรับระดับขาโซฟาให้เท่ากันแล้ว ยังเป็นการเพิ่มระดับการสั่นไว้ได้ดีกว่า นอกจากนั้น ยังเป็นการดูดซับแรงสะเทือนไม่ให้ส่งผ่านไปยังพื้นของเรา ยิ่งถ้าเป็นพื้นไม้ก็คงจะทำให้สั่นสะเทือนไปทั้งห้องแน่ สำหรับตัว ButtKicker Advance เราสามารถวางไว้ข้างโซฟาหรือซ่อนไว้ใต้โซฟาก็ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนแปลงใดๆแล้วก็ควรจะซ่อนไว้ใต้โซฟา แต่ต้องมั่นใจว่าใต้โซฟามีที่ว่างเพียงพอ โดยเฉพาะการระบายอากาศ และตัวเครื่องจะต้องไม่ไปสัมผัสวัสดุใดๆของตัวโซฟา เพราะการใช้งานนานๆตัวเครื่องจะเกิดความร้อนถ้าไม่ได้การระบายอากาศที่ดี แต่มันได้ติดตั้งเซฟตี้สวิตช์มาพร้อมในกรณีที่ความร้อนเกินระดับที่ตั้งไว้ มันจะหยุดทำงาน ต้องรอประมาณ 5-20 นาที (ขึ้นอยู่กับการระบายอากาศ) จึงจะทำงานต่อ
The Wave Test

ButtKicker Diagram
หลังจากผ่านพ้นเรื่องการติดตั้งแล้ว ก็ได้เวลาที่จะนั่งลงบนโซฟานุ่มๆที่ใต้ขาโซฟาได้วางตัว ButtKicker Advance ผมเปิดเครื่องเล่นดีวีดีและเอวีรีซีฟเวอร์เหมือนปรกติ ที่ต้องไม่ลืมคือเปิดซับวูฟเฟอร์และตัว ButtKicker Amplifier ด้วย การเสียบปลั๊กเพียงอย่างเดียวแม้ตัวเครื่อง ButtKicker Amplifier จะเห็นปุ่ม LED ของเพาเวอร์มีไฟขึ้นก็ตาม แต่เป็นไฟแดงนั่นหมายถึงว่ายังไม่ได้เปิดใช้งาน จึงต้องกดปุ่มเพาเวอร์หรือกดที่รีโมทตัวจิ๋วจนเห็นเป็นไฟสีเขียวนั่นแหละ พร้อมใช้งานได้แล้ว ผมเริ่มต้นจากภาพยนตร์เรื่อง Hero ของจางยี่โหมวที่รู้สึกดูเท่าไรก็ไม่เบื่อ ฉากที่กองทัพทหารฉินอันเกรียงไกรวิ่งเข้าฉากนั้น หากอยู่ในพื้นที่จริง ย่อมต้องรู้สึกถึงแผ่นดินสั่นสะเทือนแน่ ซึ่งการนั่งชมพร้อมกับตัว ButtKicker ทำให้เราได้รับบรรยากาศเช่นนั้นจริงๆ ทำให้เหมือนนั่นอยู่ข้างสนามรบเฝ้าดูทหารฉินวางเครื่องยิงธนู และโก่งคันธนูพร้อมยิง นี่แหละเขาถึงเรียกว่าซับวูฟเฟอร์ที่รู้สึกได้
เมื่อได้สัมผัสเบื้องต้นอย่างรู้สึกมันส์ขนาดนี้ เห็นที่น่าจะชมภาพยนตร์สงครามดีกว่า เพราะเสียงระเบิดเสียงรถถังน่าจะต้องใช้ความถี่ต่ำของเสียงมากกว่า เลยเปลี่ยนมาชมภาพยนตร์เรื่อง Assembly ก็เป็นไปดังคาดครับ เมื่อฉากที่ยิงปืนใหญ่ที ที่นั่งสั่นสะเทือนไปตามเคลื่อนเสียง ยิ่งเมื่อรถถังขับมานั่น โซฟาที่นั่งอยู่นั่นสั่นสะท้านไม่น่าจะแตกต่างจากนั่งอยู่ในรถถังเท่าไรนัก แม้ว่าจะไม่เคยนั่งรถถังจริงๆ แต่จินตนาการได้จากความรู้สึกที่สัมผัสจากเจ้าตัว ButtKicker คิดว่าไม่น่าห่างไกลความจริงนัก จะต่างกันก็ตรงความนุ่มสบายของโซฟาผมที่มีมากกว่าเท่านั้นเอง ส่วนการระเบิดแต่ละครั้งล้วนสร้างความสนุกสนามและอินไปกับในฉากภาพยนตร์ได้ดีจริงๆ เนื่องจากผมวางตัว ButtKicker Advance ไว้ข้างโซฟา ตลอดการชมภาพยนตร์จนจบเรื่องประมาณสองชั่วโมง เมื่อเอามือไปแตะตัว ButtKicker Advance ไม่ได้รู้สึกมีความร้อนมากมายแต่อย่างใด นอกจากอุ่นๆเท่านั้น
นอกจากเจ้าตัว ButtKicker จะเหมาะกับการชมภาพยนตร์แล้ว ยังสามารถนำมาเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงและเล่นเกมส์ด้วย โดยเกมส์คอนโซลชั้นนำอย่าง PlayStation2, PlayStation3, Xbox, Wii ล้วนซัพพ็อต ButtKicker ทั้งนั้น เวลาเล่มเกมส์แอคชั่นคงได้ความสมจริงและความมันเพิ่มขึ้นไม่น้อย บนตัวรีโมทจิ๋วของ ButtKicker นั้น ยังมีปุ่มสามปุ่นคือ Movie, Music และ Game ซึ่งก็คือ Equalizer นั่นเอง โดยแต่ละโหมดจะปรับ EQ มาให้แตกต่างกัน โดยในโหมด Movie การตอบสนองของความถี่จะเป็นแบบแฟลต (Flat) โดยไม่มีการกรอง (Filtering) หรือ ตัดออก (Cutoffs) ในโหมด Music จะถูกกำหนดให้เพิ่มความถี่ +6dB ที่ระดับต่ำกว่า 25Hz ด้วยความถี่โรลออฟ (Roll Off) +12dB ต่อระดับห้องเสียงในส่วนที่สูงกว่า 100 Hz. และในโหมด Game นั้น ในส่วนของช่วงระดับต่ำกว่า 25 Hz. จะตรงกันข้ามกับโหมด Music คือกำหนดให้ลดความถี่ -6dB ส่วนที่สูงกว่า 100 Hz. จะเหมือนกัน
เมื่อมีเจ้าตัว ButtKicker แล้ว ต่อไปนี้การดูหนัง ฟังเพลง หรือการเล่นเกมคงไม่ได้จำกัดเพียงระบบภาพและเสียงอีกต่อไป ต่อไปนี้เราต้องมาว่ากันที่ความรู้สึกด้วย ความรู้สึกที่เหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงและอินกับเหตุการณ์มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง
































































No Comment Received
Leave A Reply