ASUS LS221H เป็นจอแอลซีดีหนึ่งเดียวใน LS Series ที่แตกต่างจากซีรีส์อื่นๆที่ทางอัสซุสผลิตออกมา ความแตกต่างที่ว่านี้ สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพียงแต่ว่าอาจยังไม่ทราบถึงรายละเอียดเท่านั้น รู้แต่เพียงว่ามันไม่เหมือนกับจอแอลซีดีธรรมดาทั่วไป
หลังจากที่แกะกล่องและประกอบเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ จอแอลซีดีขนาด 22 นิ้ว ด้วยความเคยชินกับจอแบบไวดืสกรีน เมื่อเห็นขนาดของจอ LS221H รุ่นนี้จึงมีความรู้สึกแปลกๆ แต่ในท่ามกลางความแปลกก็มีความต่างที่น่าสนใจ สิ่งแรกที่เห็นคือ ผิวจอแอลซีดีที่ปิดด้วยแผ่นกระจกใส โดยปรกติแล้ว การนำกระจกใสมาปิดบนผิวก็เพื่อป้องกันผิวจอ และกันรอขีดข่วน แต่สิ่งที่ต้องแลกกับการปกป้องสิ่งเหล่านี้ก็คือ แสงสะท้อนบนกระจกที่น่ารำคาญมาก จนกลายเป็นปัจจัยลบที่ลดทอนคุณภาพของจอลงโดยไม่ตั้งใจ แต่สำหรับ ASUS LS221H นี้ ประสบการณ์อันเลวร้ายที่กล่าวมานั้น กลับไม่ปรากฏให้เห็นแต่ประการใด แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความคมชัด สดใส และสีเต็มอิ่มของภาพ
กระจกใสที่อัสซุสนำมาใช้นั้น เป็นกระจกที่ต้านการสะท้อนแสงมากที่สุด (Extreme Anti-reflection Glass) และผ่านการขัดให้เรียบมันและตัดขอบสวยงามแบบ Diamond Cut การขัดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อให้แลดูสวยงามเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันการขีดข่วน โดยกระจกจะมีความเหนียวในระดับ 9H (เป็นหน่วยวัดค่าความเหนียวของ sapphire) ค่าที่ได้มานี้ไม่ใช่นำมากล่าวอ้างกันลอยๆ หากแต่ผ่านการทดสอบความแข็งในระดับมาตรฐาน D3363-92a โดยสมาคมอเมริกันเพื่อการทดสอบวัตถุ (ASTM-American Society for Testing and Materials) สำหรับความเหนียวของกระจกที่ใช้กับจอมอนิเตอร์โดยทั่วไปจะมีค่าเพียง 2H เท่านั้น ดังนั้น ด้วยความแข็งที่ต้านการสะท้อนแสงนี้ จึงเหมือนกับกระจกเนื้อเลนส์ชั้นดีของกล้องถ่ายภาพมืออาชีพ ที่ทำให้แสงผ่านไปได้อย่างเต็มที่เหมือนดั่งในธรรมชาติ
ท่ามกลางความแข็งของกระจกนั้น ก็มีความอ่อนนุ่มในตัว อาจจะเป็นครั้งแรกที่เห็นจอคอมพิวเตอร์ที่มีการนำเอาหนังอ่อนแท้ๆมาเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุการผลิตจกภาพ โดยด้านล่างของจอ อันเป็นตำแหน่งที่วางของปุ่มควบคุมต่างๆ ถัดลงไปนั้นพื้นที่ทั้งหมดของจอจะปิดด้วยหนังอ่อน ทำให้แลดูงามสง่า ทันสมัยและมีคุณค่า บริเวณรอบๆปุ่มควบคุมนั้น ปรกติจะเป็นตำแหน่งที่มีการสัมผัสด้วยนิ้วบ่อยมาก ด้วยความเค็มของเหงื่อบนมือคนเรา เราจึงมักเห็นจอมอนิเตอร์ที่ผ่านการใช้งานระยะหนังแล้ว จะเกิดรอยสีซีดอันเกิดจากการกัดของเหงื่อ ส่วนด้านความหนาของจอนั้น มีความหนาเพียง 45 มม. ซึ่งทางอัสซุสอ้างว่า เป็นจอที่บางที่สุดในโลกสำหรับจอแอลซีดีขนาด 22 นิ้ว
ฐานจอทรงกลมที่รองรับจอสี่เหลี่ยม 22 นิ้ว เป็นการผสมผสานความแข็ง(ของสี่เหลี่ยม)กับความอ่อนนุ่ม (ของทรงกลม)ที่ลงตัวอีกจุดหนึ่ง ภายในวงฐานจอนั้น ประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีในยามใช้งาน คือสีฟ้า แดง ส้ม เขียว ชมพู ในขณะที่ปุ่มควบคุมนั้นจะเป็นไฟสีฟ้าตัดบนพื้นผิวจอสีดำ จึงและดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ส่วนด้านหลังของฐานจอทรงกลมนี้ จะเป็นช่องต่อของกระแสไฟ ช่องต่อสัญญาณแบบวีจีดี และช่องต่อ มควบคุมนั้นจะเป็นไฟสีฟ้าตัดบนพื้นผิวจอสีดำ จึงและดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ส่วนด้านหลังของฐานจอทรงกลมนี้ จะเป็นช่องต่อของกระแสไฟ ช่องต่อสัญญาณแบบวีจีดี และช่องต่อ HDMI

ความละเอียดของจอภาพที่ 1680×1050 พิกเซลซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับการใช้งานด้านเอกสารทั่วไป การงานอินเทอร์เน็ต และการเล่มเกม สำหรับการพิมพ์งานนั้น ตัวหนังมีความคมของขอบจนแทบจะมองไม่เห็นการรบกวนของ noise จึงทำให้อ่านสบายตา ปุ่มควบคุมจะมีพรีเซ็ตโหมดมาให้สี่โหมดด้วยกัน คือ Standard, Scenery, Gaming, Night View และ Home Theater Modes โดยโหมดมาตรฐานจะเป็นโหมดที่ให้แสงสว่างที่ปานกลาง น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานในประจำวันทั่วไป ส่วน Scenery Mode จะให้ความสว่างของแบ็กกราวด์เพิ่มขึ้น สีสันดูสดสว่างขึ้น ซึ่งเหมาะกับการดูภาพถ่ายที่ต้องการความสดของสีสัน ส่วน Gaming Mode จะมีความสว่างมากที่สุด และสุดท้ายคือ Home Theater Mode ที่มีความสว่างน้อยกว่าเพื่อน
การนำไปใช้เล่นเกมนั้น ดูจะมีความเหมาะสมไม่น้อยไปกว่าการใช้งานด้านเอกสารทั่วไป ด้วยเวลาการตอบสนองที่ไวมาก เพียง 2 MS. (Gray to Gray) ดังนั้น การเล่มเกมแอคชั่นทีมีความเคลื่อนไหวจึงไม่ขึ้นหยัก หรือเงาหลอนที่ตัววัตถุที่เคลื่อนไหว จะด้อยลงไปบ้างก็กรณีที่ภาพเป็นเส้นตารางที่มีความละเอียด
สำหรับการทดสอบด้านการชมภาพยนตร์นั้น เนื่องจากจอตัวนี้ผมได้มาพร้อมกับการ์ด ASUS Xonar HDAV 1.3 Deluxe เลยขอโอกาสทดสอบไปพร้อมๆกันในบางกรณี ด้วยความละเอียดของตัวจอคือ1680×1050 พิกเซล จึงทำให้ได้สัดส่วนภาพขนาด 4:3 จึงไม่ค่อยเหมาะนักในการชมภาพยนตร์ขนาด 16:9 จึงทำให้ภาพดูสูงผิดปรกติ ในด้านของความสว่าง (Brightness) 300 cd/㎡ ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง และความเปรียบต่าง (Contrast) 4,000:1 ถึงว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (อย่าไปเปรียบเทียบกับค่าความเปรียบต่างที่บูสต์ขึ้นสูงสุดแล้ว ซึ่งจะแจ้งระดับ 10,000:1 เดี๋ยวจะไขว้เขวกันเปล่าๆ) สำหรับการชมภาพยนตร์นั้น ผมมีความรู้สึกว่าความสว่างจะน้อยไปนิดในโหมดโฮมเธียเตอร์ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดมาตรฐานก็ดูจะโอเคมากกว่า (ส่วนตัวชอบใน Scenery Mode มากกว่า) ในด้านของความเคลื่อนไหวในฉากแอคชั่นนั้น มีความต่อเนื่องไหลลื่นดีมาก ส่วนด้านสีสันมีความสมจริงค่อนข้างดี (ส่วนหนึ่งคงเป็นอนิสงค์จากการ์ด ASUS Xonar HDAV 1.3 Deluxe) หากไม่พอใจกับโทนสีผิว (skin tone) ที่เห็น ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่ตนเองต้องการอีก 3 โทน และอุณหภูมิสีอีก 5 โทน แม้ว่า LS221H จะสามารถต่อสาย HDMI ก็ตาม แต่น่าเสียดายที่มีความละเอียดเพียง 1680×1050 พิกเซล จึงไม่ซัพพอร์ตในโหมด Full HD 1080P ได้ คงได้เพียง 720P เท่านั้น
ข้อสังเกต
จากโครงสร้างการออกแบบที่แข็งแรง สวยงาม และระดับความระเอียดของจอภาพในรุ่น LS221H นี้ จึงเหมาะที่จะนำมาใช้งานในด้านเอกสารประจำวัน และการเล่นเกมสำหรับที่ทำงานและครอบครัวเป็นหลัก เป็นที่น่าเสียดายว่า ตัวจอไม่สามารถปรับหมุนให้วางในแนวตั้งได้ เพราะตัวโปรแกรมที่ทางอัสซุสให้มานั้น สามารถหมุนภาพให้วางในแนวตั้งได้ ซึงจะเหมาะอย่างมากสำหรับงานด้านการออกแบบงานสิ่งพิมพ์ แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นจอที่มีความสวยงามน่าใช้ เพียงแต่เลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทงานเท่านั้นเอง
































































No Comment Received
Leave A Reply