ASUS AIR3 ถือเป็นผลิตภัณฑ์อีกชิ้นหนึ่งที่อัสซุสตั้งใจที่จะออกมาจับตลาดระดับไฮเอ็นด์ ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถัน ประณีต สวยงาม นอกจากฟีเจอร์ที่ค่อนข้างนำสมัย นอกเหนือจากการนำมาใช้เป็นลำโพงสำหรับ iPod แล้ว สิ่งสำคัญคือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้ยังได้รับการรับรอง (Certified) จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในความเชี่ยวชาญด้านนั้นๆด้วย
ด้วยการออกแบบตัวบอดี้ที่โค้งมน ด้านบนอันเป็นแผงควบคุมและที่วางไอพ็อต ทำเป็นผิวดำมันแบบผิวเปียโน (Piano Black) โดยมีปุ่มจ็อกเกอร์ (Jogger) ตรงกลาง เวลาเปิดเครื่อง จะมีไฟสีฟ้าล้อมรอบจ็อกเกอร์ และตามปุ่มต่างๆ เมื่อตัดกับผิวสีดำมัน จึงแลดูสวยงามยิ่ง แสงไฟสีฟ้านี้จะดับไปหลังจากเปิดเครื่อง หรือปรับปุ่มต่างๆไม่กี่วินาที เพื่อไม่ให้รำคาญสายตา คงเหลือหน้าจอแอลอีดี สีฟ้าด้านหน้าเท่านั้น ปุ่มบนแผงควบคุมนั้นมีให้เลือก AIR (ASUS Internet Radio) หรือการรับวิทยุจากอินเทอร์เน็ต iPod ซึ่งหมายรวมถึงทั้งไอพ็อตรุ่นต่าง ๆ รวมทั้งไอโฟน (ยกเว้น iPod shuffle) และ AUX คือการต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่นเอ็มพี3 เครื่องเล่นเทป หรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ลำโพงที่ติดตั้งมานั้น ประกอบด้วยทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว แบบ Silk Dome ที่วางอยู่ด้านบนสองข้าง กำลังขับ 3 วัตต์ที่ 5 โอม และวูฟเฟอร์ขนาด 3.5 นิ้ว กำลังขับ 35 วัตต์ที่ 4 โอมที่วางอยู่ด้านล่างทั้งสองข้าง ซึ่งลำโพงที่ติดตั้งมานี้ได้รับการรับรอง (Certified) HDSS® (High Definition Sound Standard) พร้อมด้วยโมดูล ETL™ (Embedded Transmission Line) ที่จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของเสียงอันเกิดจากการสั่นไหว ทำให้เสียงที่ได้มีความใส สะอาด เป็นธรรมชาติ ลำโพงทั้งหมดนี้ ปิดทับด้วยหน้ากากพลาสติกโค้งที่เจาะช่องตรงลำโพง และปุด้วยผ้าปิดลำโพง จึงแลดูสวยงาม มีคุณค่า และเสริมความสะดวกด้วยรีโมทคอนโทรลขนาดเหมาะมือที่มีปุ่มทำงานครบถ้วน และด้านหลังตัวรีโมทใช้ยางกันลื่น จึงจับกระชับใช้งานสะดวก
สิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์ของ ASUS AIR3 คือ ความสามารถในการรับวิทยุอินเทอต์เน็ตซึ่งมีเป็นหมื่นสถานีทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย โดยตัวเครื่องสามารถติดแลน (LAN) ได้ทั้งแบบมีสายโดยมี 10/100 Mbits Ethernet และแลนไร้สาย 802.11b/gความเร็ว 54 Mbits พร้อมเสารับสัญญาณมาให้ต่อเข้าที่ด้านหลังเครื่อง นอกจากรับวิทยุอินเทอร์เน็ตทั้งข่าวสาร และบันเทิงแล้ว ยังสามารถรายงานอากาศเมืองสำคัญต่างๆ และใช้เป็นเครือข่ายต่อกับพีซี เพื่อดึงเพลงจากเครื่องคอมพิวเตอร์มาเปิดที่ ASUS AIR3 ได้อีกด้วย
The Wave Test
จากการสังเกต ประสิทธิภาพของลำโพงจะเริ่มสำแดงความสามารถทั้งด้านดนตรีจนเข้าสู่ระดับเทียบชั้นเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ก็ต่อเมื่อหลังจากที่ได้เบิร์นอินไปประมาณสิบชั่วโมงไปแล้ว ความแข็งเกร็งของเสียงจะเริ่มหายไป ความสะอาดของเสียงนั้น ต้องยอมรับว่าทำได้ดีมาก โดยเฉพาะการเล่นเพลงคลาสสิกไวโอลินคอนแชโตจะได้ความสะอาด ใสพลิ้วของเส้นสายที่ดีมาก ในขณะที่เสียงเชลโลก็ให้เสียงต่ำที่มีความหนักแน่น มีพลัง ความใส และสะอาดของเสียงดนตรีจะพิสูจน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อทดสอบด้วยบทเพลงของ Bach ที่เดี่ยวไวโอลินโดย Kyung-Wha Chung นักไวลินสาวชาวเกาหลีระดับแนวหน้า ปลายนิ้วที่กดลงบนสายแต่ละเส้น การสีข้ามแต่ละช่องเสียงให้ความรู้สึกที่ต่อเนื่อง ไม่ขัด ไม่คลุมเครือ ให้ความรู้สึกถึงทรวดทรงของแต่ละตัวโน้ตดีมาก หลังจากที่ลองฟังเสียงไวโอลินเพียวๆแล้ว คราวนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นแบบบิ๊กแบนด์บ้าง ต้องยอมรับว่า ASUS AIR3 ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว การแยกชิ้นดนตรียังมีช่องว่างให้เห็นได้ชัดเจน ไม่ใช่กลบกันจนมั่ว ส่วนด้านเสียงกลอง ยังออกมาได้ค่อนข้างหนักแน่นแฝงด้วยความนุ่มนวล ในด้านของพลังเบสนั้น ASUS AIR3 ได้เพิ่มปุ่มฟังก์ชั่น BASS เมื่อเรากดปุ่มนี้ ก็จะเพิ่มความลึกของเสียงเบสได้อีกระดับหนึ่ง ซึ่งสร้างความแตกต่างได้พอสมควร
สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องทดสอบคือ การเล่นเพลงแบบ Vocal ครับ ผมลองเล่นเพลงจากอัลบั้ม Red Hot Audiophile 2009 ที่บีบอัดแบบไม่สูญเสีย (Lossless Compression) เสียงร้องในแนวแจ๊สฟังแล้วรู้สึกสบายหูเหลือเกิน ทั้งเสียงดนตรี และเสียงร้องที่เรียกว่า แทบจะลงตัวจนหาที่ติไม่ได้จนบางครั้งลืมไปว่า กำลังฟังจากลำโพงกล่องเดียวของ ASUS AIR3 ถ้าไม่ติดตรงเวทีเสียงที่แคบไปหน่อยแล้ว ยังเผลอคิดว่า ฟังจากเครื่องเสียงชั้นนำเสียอีก จากที่สังเกต ถ้าหากนั่งฟังขยับออกห่างจากตัวลำโพงสัก 1.5 – 2 เมตร จะได้มิติของเวทีเสียงที่ดีขึ้นมาก ส่วนหน้ากากลำโพงนั้น ถ้าหากใครไม่เกี่ยงว่าแลดูไม่สวยงาม ขอแนะนำว่า เวลาฟังเพลงนั้น ให้ถอดออก จะทำให้ลดความขุ่นมัวไปได้ไม่น้อย ผลลัพธ์แห่งคุณภาพเสียงเช่นนั้น น่าจะเป็นผลพวงของการฝังตัวเพาเวอร์แอมป์ TPA3120D2 แบบคลาส-ดี (Class – D Power Amplifier) ของ TI (Texas Instrument) ไว้ในลำโพง ASUS AIR3 ที่ติดตั้งมา
สำหรับการเล่นวิดีโอหรือภาพจากไอพ็อตนั้น เราสามารถต่อสายให้ไปแสดงผลบนจอทีวีขนาดใหญ่ได้ โดย ASUS AIR3 ได้เตรียมช่องต่อให้ไว้แล้วด้านหลังเครื่อง ให้เลือกได้ทั้งช่อง Video Out และ S-Video ก็จะทำให้เราได้รับความบันเทิงที่เต็มตา เต็มอิ่มยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเสียงที่ให้ออกมาทาง ASUS AIR3 แล้ว
ในด้านของการรับวิทยุอินเทอร์เน็ตนั้น ก่อนอื่นต้องเซ็ตระบบแลนให้เรียบร้อย ซึ่งก็ไม่ยุ่งยากอะไร ไม่จำเป็นต้องมีความรู้พิเศษอะไรก็สามารถเซ็ตเรียบร้อยภายในไม่กี่นาที หลังจากที่เซ็ตเรียบร้อย เราก็สามารถเลือกฟังก์ชั่น AIR เพื่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยกดเลือกตามเมนูทีละขั้น ในเมนูจะให้เลือกภูมิภาคต่างๆของโลก เช่น อเมริกา ยุโรป อัฟริกา เอเชีย เป็นต้น จากนั้น ก็แยกย่อยเป็นประเทศอีก ซึ่งประเทศไทยเองก็มีสถานีวิทยุอินเทอร์เน็ตหลายสถานี หลังจากเลือกสถานีแล้ว ก็ต้องรอการสตรีมมิ่งให้เต็มบัฟเฟอร์ การกำหนดบัฟเฟอร์ของตัวเครื่องนั้น สามารถเลือกตั้งได้สามระดับ คือ 2 วินาที 4 วินาที และสูงสุด 8 วินาที ขอแนะนำให้ตั้งที่สูงสุด เพราะจากการทดสอบนั้น ถ้าเป็นสถานีที่ส่งสตรีมมิ่งที่บีบอัดในระดับที่ 32 บิต หรือ 64 บิต จะไม่มีปัญหาเรื่องความต่อเนื่อง สามารถรับฟังได้อย่างราบรื่น แต่คุณภาพเสียงก็จะด้อยไปมากเหมือนรับฟังจากวิทยุทรานซิสเตอร์ สำหรับสถานีที่ส่งสตรีมมิ่งแบบ 128 บิต จะเจอปัญหาต้องสะดุดเป็นระยะๆ เนื่องจากบัฟเฟอร์เล็กเกินไป ต้องคอยรอให้เติมเต็มก่อนถึงเล่นต่อไปได้ แลนไร้สายที่บิลต์อินมานั้น หากเรานำเครื่อง ASUS AIR3 นี้ไปเล่นในจุดที่มี Wi-Fi Hot Spot ก็จะสามารถรับวิทยุอินเทอร์เน็ตได้ทันที
ASUS AIR3 ตัวนี้ คงสร้างความชื่นชอบแก่เหล่าสาวกไอพ็อตได้ไม่น้อย ด้วยการออกแบบที่สวยงามสมฐานะ และที่สำคัญที่สุดคือ การคัดอุปกรณ์ระดับคุณภาพที่ทำให้เราได้รับคุณภาพเสียงที่เทียบชั้นได้เครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์อย่างไม่เคอะเขิน แม้ว่าอัสซุสจะเข้าสู่สมรภูมิด้านนี้หลังคนอื่นก็ตาม แต่จากสเปคและคุณภาพที่อัสซุสมอบให้นั้น คงจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความตั้งใจได้ชัดเจนว่า การเข้าสู่สมรภูมินี้ของอัสซุสก็เพื่อที่จะหวังยึดครองส่วนแบ่งตลาด ไม่ใช่ประเภท “ขอเอาด้วยคน” อย่างแน่นอน นอกจากจะขอยึดครองส่วนแบ่งทางการทางตลาดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ อัสซุสต้องการที่จะเข้าไปยึดครองหัวใจของเหล่าสาวกไอพ็อตทั้งหลาย ซึ่งก็เชื่อว่าไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินความจริงอย่างแน่นอน
Specifications
| Connectivity | Wireless LAN 802.11b/g Wired 10/100M Ethernet |
| Data Rates | 54 Mbits (WLAN) 10 Mbits (Ethernet) |
| Wireless LAN Security | 64/128-bit WEP,WPA,WPA2 |
| Audio Format Decoder | MP3/WMA 16 Kbps~ 320 Kbps |
| SNR | >90dB Earphone |
| Display | 128X64 FSTN Graphics Display Blue color with whit |
| I/O Port | Headphone Jack(Φ3.5mm) Line In(Φ3.5mm) Line Out (RCA Jack) Ethernet (RJ45) DC Power Jack |
| Speaker | 5 Watt/ 4 Ohm |
| Language Support | French,English,German,Spanish,Japanese,Korean,Traditional Chinese,Simplified Chinese |
| AC Power Adaptor | Input- 100-240V(50-60 Hz) Output- DC 6V/2A |
| Remote Control | 26 keys |
| Dimension | 250×128x190 mm(LxWxH) |
































































No Comment Received
Leave A Reply